คุมตัว “อัจริยะ” พร้อมพวก เข้ากองปราบ คดี กรรโชกทรัพย์ 2.5 ล้าน เจ้าตัว เผยอยู่ระหว่างให้ปากคำตํารวจกองปราบฯ ยืนยันไม่มีเกี่ยวข้องเงิน 2.5 ล้าน-คลิปขู่กรรโชก ลั่น! ถูกกลั่นแกล้งปมร้องผู้พิพากษาและเมียปมวิ่งเต้นประกันตัวผู้ต้องหา เตรียมเดินหน้าฟ้องกลับ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 เมษายน ที่ กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชายใส่สูทเชิ้ตขาวเข้าไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของกองบังคับการปราบปราม พร้อมแสดงตัวเป็นทนายความของ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และพวก ก่อนที่จะติดต่อขอเข้าพบเจ้าของคดี จากนั้นตำรวจกองบังคับการปราบปรามจึงเชิญตัวทนายความขึ้นไปที่บริเวณชั้น 3 ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามเจ้าของคดี
จากนั้นในช่วงเวลาประมาณ 18.10 น. ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางมาถึงที่กองบังคับการปราบปราม โดยมีรถตราของกองบังคับการ 1 คัน และรถยนต์ อีก 5 คัน วนขึ้นไปที่อาคารจอดรถด้านหลังกองบังคับการปราบปรามและจอดที่บริเวณชั้น 2 ก่อนที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายอัจฉริยะ และพวกเดินผ่านทางเชื่อมไปขึ้นลิฟท์ที่บริเวณชั้น 2 ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันสื่อมวลชนออกจากอาคารจอดรถ จึงทำให้ต้องเก็บภาพจากด้านข้างอาคาร เห็นเพียงศีรษะของนายอัจฉริยะที่โผล่พ้นทางเชื่อมเดินเข้าไปโดยสงบ
จากนั้นตำรวจยังได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเข้ามาที่กองบังคับการปราบปราม โดยพบว่ามีพลเรือน และทหารเครื่องแบบเต็มยศเข้าไปด้วย

นายอัจฉริยะ เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ว่า ตอนนี้อยู่ที่กองบังคับการปราบปรามแล้ว อยู่ระหว่างการสอบปากคํา ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นคาดว่าเกิดจากที่ก่อนหน้าตนเองได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนผู้พิพากษาและเมียผู้พิพากษาเกี่ยวกับการวิ่งเต้นประกันตัวผู้ต้องหาที่ ตม.สวนพลู ส่วนเรื่องเงิน 2.5 ล้าน เมียผู้พิพากษาเป็นคนรับ ไม่เกี่ยวข้องกับตนและลูกน้องแต่อย่างใด แต่ก็ไม่รู้ว่าเอาหลักฐานมากจาไหนถึงได้ออกหมายจับตนกับพวกรวม 6 คน ซึ่งเรื่องนี้ตนเองมีหลักฐานทั้งหมดเพราะเรื่องนี้ทางดีเอสไอได้ทําการสอบปากคําเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งผู้พิพากษาและเมียก็มีการนําตัวส่ง ป.ป.ช. แล้ว
ส่วนเรื่องมีคลิปเสียงขู่กรรโชกทรัพย์นั้น นายอัจฉริยะ ยืนยันว่า ไม่มีและมีหลักฐานชี้แจงทั้งหมด ไม่มีการโอนเงินเข้ามาแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าการถูกจับกุมในครั้งนี้เป็นการกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน มั่นใจในพยานหลักฐานว่าตนเองและลูกน้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ นายอัจฉริยะ บอกว่า ไม่มีเพราะไม่ได้ทําอะไร สบายๆ แต่หลังจากนี้จะดําเนินการฟ้องกลับบุคคลที่แจ้งจับ ตอนนี้ยังไม่เห็นหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวนจึงยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เสียหายและผู้ต้องหาบ้าง แต่คาดว่ามี 6 คน เบื้องต้นทางตํารวจยังไม่ได้เล่าที่มาที่ไปในการจับกุมครั้งนี้เป็นเพียงการแสดงหมายศาลในความผิดฐาน “กรรโชกทรัพย์”
ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้

