ผบช.ก. ยืนยันไม่ได้ช่วยเหลือ นรต.52 หรือเกรงกลัว ‘อัจฉริยะ’ ฟ้องกลับ
เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกรวม 6 คน ถูกจับในข้อหา “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์” ว่า หลังจากจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 คน จากการสอบปากคำ เบื้องต้นให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจยืนยันมีหลักฐานชัดเจน ซึ่งก็ต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน
การจับกุมครั้งนี้ ตำรวจมีพยานหลักฐานแน่น หลังพบพฤติการณ์ที่มีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยเฉพาะมีบุคคลรับและจ่ายเงินจริง จำนวน 2.5 ล้านบาท ตามที่ปรากฏเป็นข่าว แม้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธก็ตาม ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิทธิตามกฎหมาย ที่เขาจะให้การอย่างไรก็ได้ แต่เรามั่นใจว่าถ้าไม่มีหลักฐาน ศาลคงไม่ออกหมายจับ เพราะโทษกรรโชกทรัพย์มัน 5 ปี
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวต่อว่า เรายืนยันเราไม่ได้ปกปิดข้อมูลกลุ่มบุคคลที่กรรโชกทรัพย์ โดยมีผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เป็นผู้เสียหายมาแจ้งความยืนยันที่กองปราบ ที่ผ่านมาเราพยายามทำทุกอย่างให้รัดกุมที่สุดและรอบคอบ จนมีที่มาที่ไปของการรวบรวมพยานหลักฐาน และศาลอนุมัติออกหมายจับ ส่วนจะเป็นขบวนการหรือเป็นแก๊งเฉพาะกิจ ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผล
ส่วนผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายอัจฉริยะและพวก พนักงานสอบสวนได้มีการสอบปากคำมาก่อนแล้ว แต่ในรายละเอียด ทราบว่าทางตำรวจนครบาล ได้มีการสรุปข้อมูลบางส่วน ให้กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะมีการชี้แจงอยู่แล้ว เบื้องต้นทราบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องของการรับผลประโยชน์จากผู้ต้องกักแลกปล่อยตัวไปบางส่วน และมีการดำเนินการให้พนักงานสอบสวนบางนายให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าภายหลังการควบคุมตัวนายอัจฉริยะและตำรวจ นรต.52 ลักษณะมีการปิดบังข้อมูล แล้วไม่ชี้แจงพฤติกรรม พร้อมโยนให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ชี้แจงนั้น
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า ตำรวจกองปราบปรามพยายามทำงานให้เงียบที่สุด แม้ว่าจะมีการควบคุมตัวนายอัจฉริยะก่อนหน้านี้ แต่ผู้ต้องหารายอื่นช่วงนั้นตำรวจยังไม่สามารถควบคุมได้ จึงเกรงว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้ชุดปฏิบัติการ 8 ชุดที่เฝ้ากระจายกำลังกันอยู่ทำงานกันยาก จึงรอให้จับกุมผู้ต้องหาให้ครบก่อน ทำให้เวลาล่วงเลยถึงช่วงกลางดึก ยืนยันไม่ได้ปกปิดหรือให้การช่วยเหลือนายอัจฉริยะและพวก แต่เราอยากทำให้ทุกอย่างมันรัดกุมที่สุด เพราะผู้ต้องหาก็มีตำรวจด้วย เราไม่ได้เกรงกลัวนายอัจฉริยะหรือช่วยเหลือ พ.ต.อ. รวมทั้งปกปิดข้อมูลแต่อย่างใด รวมทั้งเราไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ตามทึ่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง ทุกอย่างมีความผิดชัดเจน เพราะถ้ากลั่นแกล้งเขา ก็ต้องกลั่นแกล้งตำรวจด้วยกันด้วย”
ในช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษก ตร. พร้อมด้วยตำรวจกองปราบจะแถลงความคืบหน้าคดีนี้อีกครั้ง ช่วงเวลา 13.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม

