เปิดคำสารภาพ สอบปมสมพรจ้างวานฆ่า สส.กมลศักดิ์ เผย เคยไปทำงานสหประชาชาติ 16 ปี

23.04.26 | 07:36 น.

เปิดคำสารภาพ สอบปมสมพรจ้างวานฆ่า สส.กมลศักดิ์ เผย เคยไปทำงานสหประชาชาติ 16 ปี

จากกรณีคนร้ายใช้รถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นยานพาหนะ ที่มีการระบุว่า เป็นของสังกัด กอ.รมน.จ.นราธิวาส ใช้อาวุธปืน เอ็ม16 ยิงรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ บริเวณหน้าบ้านพัก พื้นที่ ม.9 ถ.เพชรเกษม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 ส่งผลให้นายอุชลัมห์ โกะเลาะ คนขับ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ ตำรวจติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถออกหมายจับ ต่อศาลจังหวัดนราธิวาส ทั้งหมด 5 ราย โดยจับกุมได้ก่อนหน้าแล้ว 4 ราย และล่าสุดคือ ร.อ.วิโรจน์ อดีตนาวิกโยธิน และเป็นมือปืน เป็นรายที่ 5 ตามที่เสนอข่าวให้ทราบนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 02.37 น. วันที่ 23 เม.ย.69 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำ สง.ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการ บช.น. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนครบาล ได้ควบคุมตัว ร.อ.วิโรจน์ อดีตนาวิกโยธิน มือปืน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัด นราธิวาส ที่ 205/2569 ลงวันที่ 2 เม.ย.2569 ความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครืองกระสุนปีนแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุจําเป็นเร่งด่วนสมควรแก่พฤติการณ์, ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หรือหมู่บ้าน, ร่วมกันใช้อาวุธปืนแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้กระทําความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ” โดยจับกุมได้บริเวณสะพานมอญใกล้กับทางข้ามฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ม.9 ต.หนองลู อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี ซึ่งสามารถควบคุมตัวได้ก่อนที่จะหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

พล.ต.อ.สำราญ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งรัดติดตามตัวผู้ก่อเหตุให้โดยเร็ว ซึ่งตั้งแต่วันที่ 19-20 มี.ค.69 หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายสมพร ลังเดช ผู้ต้องหารายแรก ทำหน้าที่ประสานงาน กับกลุ่มผู้ก่อเหตุและเป็นคนชี้เป้า พร้อมเชิญตัวลูกชายนายสมพรมาสอบปากคำ จากนั้นได้ไปติดตามจับกุมตัวนายอาลาวี อาแว เป็นคนขับรถคันก่อเหตุ ติดตามเป้าหมาย จับได้ที่ กทม.ก่อนจะไปจับกุมตัวนายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่รถ ต่อมาจับกุมนายธนภัทร วัฒนภิญโญ มือปืน ได้ที่อำเภอทองภาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

Advertisement

โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การเป็นประโยชน์ ซึ่งได้นำเก็บไว้ในสำนวน กระทั่งล่าสุดได้จับกุม ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี มือปืนซึ่งเป็นผู้ต้องหารายสุดท้ายของขบวนการนี้ โดยทั้ง 5 รายแบ่งหน้าที่ตั้งแต่คนขับรถดูต้นทาง ขับรถพาไปก่อเหตุยิง มือปืนทั้ง 2 ราย รวมถึงคนชำแหละรถ หลังจากนี้ได้มอบหมายให้ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ขยายผลถึงตัวผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

จากการสอบปากคำ ร.อ.วิโรจน์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ายิงจริง และให้การอีกว่า ขณะเป็นทหารยศเรือเอก ได้ไปทำงานต่างประเทศ UN องค์กรสหประชาชาติ 16 ปี หลังกลับมาประเทศไทยไม่มีงานทำ จึงได้ไปขออาศัยอยู่กับนายสมพร ที่บ้าน และนายสมพร คอยช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่วนจะมีการรับงานจากนายสมพร หรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ ส่วนประเด็นเรื่องการยืมรถ กอ.รมน นายวิโรจน์เองก็ยอมรับในเบื้องต้น มีการยืมกันก่อนหน้าที่จะก่อเหตุ แต่รายละเอียดอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงผู้ต้องหารายอื่นๆ ก็ยอมรับสารภาพเช่นกันแต่ยังให้การขัดแย้งกันอยู่ ส่วนจะไปถึงตัวผู้จ้างวานหรือไม่ จากคำให้การผู้ต้องหายังมีการโยนกันไปมา

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวอีกว่า ส่วนการขยายผลถึงตัวผู้จ้างวาน ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรีรวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูง ได้กำชับว่าหากพยานหลักฐานถึงใคร ก็ดำเนินการทั้งหมด และตัวคนเจ็บเองก็เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย แม้เป้าหมายจะเป็นตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แต่บุคคลอื่นก็เจ็บด้วย ต้องทำอย่างเป็นกลาง เที่ยงตรง เที่ยงธรรม หลังจากนี้ต้องดูจากพยานหลักฐาน ทั้งคำให้การ ว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า หลังได้รับคำสั่งให้ติดตามตัวนายวิโรจน์ ก็ทราบว่าหลบหนีจาก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุไปยัง จังหวัดตรัง จึงมีการติดตามข้อมูลเรื่อยมา ทั้งพวกเราเดิมในจังหวัดระยอง และบ้านพักภรรยาในจังหวัดกรุงเทพฯ จนทราบว่าหลบหนีจากจังหวัดตรัง ไปพังงา และราชบุรี ก่อนจะเข้าไปที่จังหวัดกาญจนบุรี ต่อมานายวิโรจน์ พักโรงแรมม่านรูด 1 คืน ก่อนไปพักที่รีสอร์ตและหนีไปสังขละบุรี จนได้ตัวพยานมาสอบปากคำ ว่านายวิโรจน์ หลบหนีไปอยู่ที่ไหน พบว่านายวิโรจน์ มีการข้ามฝั่งพม่า-ไทย จะมีการประสาน ตำรวจภูธรภาค 7 สืบนครบาล และสืบจังหวัดกาญจนบุรี และกองกำลังกองพลที่ 9 และ ฉก.ลาดหญ้า รวมถึงประสานงานกับฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเป็นเขตทหารและเป็นพื้นที่ชายแดนจนพบตัว

สำหรับประวัติ ร.อ.วิโรจน์ ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมคดีอาวุธปืนเถื่อนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.นราธิวาส ท้องที่เกิดเหตุต่อไป