ร.อ.วิโรจน์ เครียด คุมตัวถึง สภ.เมืองนราธิวาส ยังปิดปากเงียบตัวบงการ จ่อฝากขังพรุ่งนี้
เมื่อวันที่ 23 เมษายน จากกรณี ตำรวจชุดสืบสวนนครบาล ได้ไปเบิกตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาในคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส. พรรคประชาชาติ มายังที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และเตรียมความเรียบร้อย ซึ่งระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้มีการนำเสื้อเกราะมาสวมใส่ให้ ร.อ.วิโรจน์ ก่อนที่จะนำตัวขึ้นรถตู้ โดยมีตำรวจชุดสืบสวนนครบาลคุ้มกันอย่างใกล้ชิด พร้อมมีรถขับนำขบวนและทีมสืบสวนชุดจับกุมที่จะนำตัวไปส่งที่สนามบิน กองบินตำรวจ (ดอนเมือง)
ระหว่างที่คุมตัวมาขึ้นรถและควบคุมตัวมาขึ้นเครื่องบิน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามในหลายประเด็นเรื่องผู้บงการ, เหตุผลในการลังเลก่อนลงมือยิง และความเครียดหลังถูกจับกุม รวมถึงรู้ข้อมูลจากนายสมพรมากแค่ไหน และเคยเป็นหัวหน้านายสมพรแล้วทำไมถึงมาเป็นลูกน้อง โดย ร.อ.วิโรจน์ ไม่ตอบคำถามใดๆ ก่อนเดินก้มหน้าและตำรวจพาขึ้นเครื่องบินในเวลา 08.00 น. โดยมีพนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส รอรับตัวเพื่อส่งไปสอบปากคำที่ สภ.เมืองนราธิวาส ให้พนักงานสอบสวนขยายผล ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังในวันที่ 24 เมษายนต่อไป

จากนั้นเวลา 10.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการควบคุมตัว ร.อ. วิโรจน์ มายัง สภ.เมืองนราธิวาส โดยมี พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกชัย วิเชียร รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้กำกับ สภ.เมืองนราธิวาส /ผู้กำกับ สภ.บาเจาะ และเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมควบคุมตัวฯ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
ขณะ ร.อ. วิโรจน์ มีสีหน้าตึงเครียด มีความกังวล ไม่ให้สื่อสัมภาษณ์หรือ คำถามสำคัญอต่อย่างใด เลือกที่จะปิดปากเงียบและส่ายหน้าปฏิเสธการตอบคำถาม โดยเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนสอบสวน ก่อนจะนำตัวฝากขังยังศาลจังหวัดนราธิวาส ต่อไป โดยประเด็นที่ เป็นที่จับตามากที่สุด คือ ใครคือผู้บงการอยู่เบื้องหลังการลอบยิงครั้งนี้ ยังคงรอผลการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

ทั้งนี้จากสอบปากคำ ร.อ.วิโรจน์ เมื่อคืนที่ผ่านมา เบื้องต้น ร.อ.วิโรจน์ ให้การยอมรับสารภาพกับตำรวจว่า เป็นผู้ลงมือยิง ส.ส.กมลศักดิ์ จริงโดยมาที่ จ.นราธิวาส เพราะรู้จักกับนายสมพร หนึ่งในผู้ต้องหาและรู้ข้อมูลว่าจะมีการยิง ส.ส.กมลศักดิ์ จากนายสมพร แต่ยังอ้างว่าไม่รู้ใครเป็นคนบงการ และไปอยู่ จ.นราธิวาส ประมาณ 1 เดือน ก่อนก่อเหตุ พร้อมยอมรับอีกว่า ไปยืมรถจากนายทหาร กอ.รมน.หลายครั้ง แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับนายทหารที่ให้ยืมรถ
ร.อ.วิโรจน์ ยอมรับอีกว่า ขณะลั่นไกตนเองเกิดความลังเล จึงสาดกระสุนปืนไปหน้ารถแทน แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ โดยจะต้องมีการสอบสวนขยายผลต่อ ส่วนความสัมพันธ์ของ ส.ส.กมลศักดิ์ นั้น ร.อ.วิโรจน์ให้การว่าไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่รู้จักข้อมูลของ ส.ส.กมลศักดิ์ ผ่านนายสมพร และพบว่า ร.อ.วิโรจน์ เคยทำงานที่ จ.นราธิวาส ปี 2533-2534 ซึ่งเป็นนาวิกโยธิน โดยเป็นผู้บังคับบัญชานายสมพรมาก่อน กระทั่งมาถูกจับกุมในข้อหา ร่วมกันฆ่า ส.ส.กมลศักดิ์

