เอกชัย เขียนจดหมายเล่า คลองเปรมร้อนจัด เสี่ยงเป็นฮีตสโตรก ยอมรับกังวลถูกย้ายตัวไปเรือนจำตจว.

23.04.26 | 15:50 น.

เอกชัย หงส์กังวาน เขียนจดหมายจากคลองเปรม เผยเรือนจำร้อนจัด เสี่ยงเป็นฮีตสโตรก ถูกส่งตัวดูอาการแดนพยาบาล สะท้อนมุมอาการป่วยเรื้อรัง การรักษาของราชทัณฑ์ไม่มีประสิทธิภาพพอ

เมื่อวันที่ 23 เมษายน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยจดหมายของ นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมืองและผู้ต้องขังระหว่างฎีกาคดีมาตรา 110 ลงวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่เขียนในโครงการ Freedom Bridge เล่าสถานการณ์สุขภาพเดือนเมษายน โดยระบุดังนี้

เอกชัยเล่าสถานการณ์สุขภาพล่าสุดของเดือนเมษายนนี้ที่อากาศร้อนมากๆ อาทิตย์ก่อนหน้านั้น (12 เม.ย.) เขาก็เกือบมีอาการฮีตสโตรก (Heatstroke) กล่าวคือ มีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เท้าทั้งสองข้างชา และเหงื่อไม่ออก ก่อนจะถูกส่งตัวไปที่แดนพยาบาล โดยมีพยาบาลเข้ามาตรวจคลื่นหัวใจและเจาะเลือด ก่อนจะให้นอนพัก 1 ชั่วโมง และส่งตัวกลับแดน

“ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา อากาศร้อนจัดจนผมมีอาการปวดหัวเวียนหัว คลื่นไส้ เท้าชาทั้งสองข้าง เหงื่อไม่ออก แถมมีอาการเกือบหน้ามืดเป็นบางครั้ง ผมจึงออกพบแพทย์ฉุกเฉินในวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา แพทย์วินิจฉัยผมมีความเสี่ยงเป็น Heatstroke ยิ่งผมทานยารักษาอาการต่อมลูกหมากโต เริ่มมีอาการตับ-ม้ามโตก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงขึ้นไปอีก

แพทย์จึงจ่ายยา 2-3 รายการ เพื่อบรรเทาอาการ Heatstroke และแนะให้ผมใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวบ่อยๆ หากอาการไม่ดีขึ้นผมอาจต้องออก รพ.ราชทัณฑ์ ช่วงนี้จนถึงเดือนกรกฎาคม ผมมีนัดพบแพทย์ รพ.ราชทัณฑ์หลายครั้ง ซึ่งผมอาจต้องตรวจ Ultra sound หรือ CT Scan โดยที่ รพ.ราชทัณฑ์อยู่ติดกับเรือนจำคลองเปรมจึงถือเป็นความโชคดีของผมที่อยู่ใกล้แพทย์

อย่างไรก็ตาม นโยบายลดความแออัดของเรือนจำด้วยการย้ายผู้ต้องขังเรือนจำในกรุงเทพฯ ไปเรือนจำในต่างจังหวัด ทำให้ผมตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกย้ายไปเรือนจำอื่นตลอดเวลา แถมศาลฎีกายังคงปฏิเสธการประกันตัวผมโดยอ้างสิทธิในการรักษาจากเรือนจำ แต่มองข้ามสุขอนามัยที่เป็นต้นเหตุให้สุขภาพของผมแย่ลง แบบนี้ยิ่งทำให้การรักษาอาการป่วยของผมอยู่ในความเสี่ยงยิ่งขึ้น”

Advertisement

ศูนย์ทนายความฯชี้ว่า ในเรื่องการถูกศาลฎีกาปฏิเสธการประกันตัว นายเอกชัยได้ให้ความเห็นผ่านทนายความที่เข้าเยี่ยมเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ว่าเนื้อหาที่ศาลยกคำร้องว่าจำเลยมีสิทธิรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้วนั้น เขามองว่าการรักษาของราชทัณฑ์ไม่ได้มีประสิทธิภาพเพียงพอ และสถานที่การรักษาผู้ป่วยก็ไม่เหมาะสม

สำหรับอาการป่วยของนายเอกชัย ศูนย์ทนายความฯไล่เรียงเป็นข้อมูล ดังนี้

นายเอกชัยถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.2568 หลังศาลอุทธรณ์พิพากษากลับในคดีที่ถูกฟ้องในข้อหาหลักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าขัดขวางขบวนเสด็จของสมเด็จพระราชินี ในการชุมนุมปี 2563 โดยศาลชั้นต้นเคยพิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหา ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาลงโทษจำคุกเอกชัย 21 ปี 4 เดือน พร้อมกับจำเลยอีกสี่คนถูกจำคุกคนละ 16 ปี และศาลฎีกามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้งหมดในระหว่างฎีกา แม้ได้ยื่นฎีกาคำพิพากษาแล้ว

ก่อนหน้านั้น ขณะนายเอกชัยถูกคุมขังในคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ช่วงปี 2566 นายเอกชัยป่วยเป็นโรคฝีในตับจนต้องถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี และหลังพ้นโทษในเดือน ก.พ.2567 ยังต้องตรวจ CT Scan เพื่อติดตามโรคทุก 3-6 เดือน แต่เมื่อถูกคุมขังในคดีนี้ ตั้งแต่เดือน ก.ย.2568 เขาร้องขอให้ราชทัณฑ์เขาไปตรวจ CT Scan ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.2568 และผ่านมาเกือบ 7 เดือนก็ยังไม่เคยได้รับการตรวจ

ในเดือน มี.ค.2569 เอกชัยเริ่มมีอาการปวดบริเวณจุดที่เคยผ่าตัดตับและมีอาการปัสสาวะไม่สุด จึงถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.

กระทั่งวันที่ 27 มี.ค.เขาถูกส่งตัวกลับเรือนจำคลองเปรม โดยทางราชทัณฑ์ระบุว่าพบภาวะตับและม้ามโตเล็กน้อย และไม่พบการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน แพทย์ได้ให้คำแนะนำในการดูแลด้วยวิธีฝึกกลั้นปัสสาวะ ขณะที่นายเอกชัยระบุว่าเขายังมีอาการปวดแผลเป็นระยะๆ โดยระบุว่าแพทย์สันนิษฐานว่าตนมีอาการกระบังลมอักเสบ และจ่ายยาแก้อักเสบ แต่ยังไม่ได้รับการตรวจ CT Scan

ในวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลฎีกายังคงมีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัวเป็นครั้งที่ 3 โดยระบุว่า “อาการเจ็บป่วยจำเลยมีสิทธิรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว”

ปัจจุบันเอกชัย วัย 50 ปี ยังคงถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม ท่ามกลางปัญหาสุขภาพที่สะสมและยังไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างสมบูรณ์ ขณะที่คดีในชั้นฎีกายังคงดำเนินต่อไป