แม่ร้องขอความเป็นธรรม ไม่เชื่อลูกชายจะผูกคอตายบนโรงพัก หลังไปขอดูหลักฐานกล้องวงจรปิด แต่ถูกปฏิเสธ
เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ตลาดจิงเกิลเบลส์ ถนนวัดเกาะ เขตสายไหมกรุงเทพมหานคร นางสาวนงค์ลักษณ์ อายุ 51 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. บุตรชายของตนถูกจับกุมที่บริเวณหน้าซอยวัดยาง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าพบสารเสพติด (ยาไอซ์ 1.30 กรัม) และเมื่อตรวจปัสสาวะพบว่ามีการเสพสารเสพติด จึงถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจนครบาลบางกอกน้อย และถูกฝากขังที่สถานีตำรวจนครบาลบางขุนนนท์ เนื่องจากห้องขังที่สถานีตำรวจนครบาลบางกอกน้อยอยู่ระหว่างการปรับปรุง
ในเช้าวันถัดมา คือวันที่ 20 เมษายน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาเรียกที่บริเวณหน้าบ้าน แจ้งให้ทราบว่าบุตรชายของตนได้เสียชีวิตจากการผูกคอในห้องขังของสถานีตำรวจนครบาลบางขุนนนท์
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเอกสารมาให้ตนเซ็นรับทราบว่าบุตรชายได้ทำร้ายตัวเองโดยการผูกคอฆ่าตัวตายในห้องขัง ซึ่งทำให้ตนรู้สึกสงสัยและได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจทันทีเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่ากล้องวงจรปิดเสีย และกล้องดังกล่าวไม่ใช่กล้องของราชการ แต่เป็นกล้องส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

หลังจากนั้น ตนได้เห็นศพของบุตรชายและรู้สึกแปลกใจว่าทำไมบริเวณคอของบุตรชายจึงไม่มีร่องรอยการทำร้ายตัวเอง
ดังนั้น ตนจึงได้สอบถามเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของบุตรชาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางกอกน้อยแจ้งว่าบุตรชายของตนใช้กางเกงผูกคอเสียชีวิตในห้องขัง ต่อมาเมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางขุนนนท์อีกครั้ง เจ้าหน้าที่ได้เปิดกล้องวงจรปิดที่บันทึกขณะช่วยกันทำ CPR ให้กับบุตรชาย แต่ตนก็ยังสงสัยว่าทำไมบุตรชายยังสวมกางเกงอยู่ และทำไมถึงมีกล้องวงจรปิดในขณะทำ CPR แต่กลับไม่มีบันทึกในขณะที่บุตรชายทำร้ายตัวเอง
ตนได้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าปกติแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าหน้าห้องขัง แต่ทำไมในช่วงเวลาที่บุตรชายของตนจึงไม่มีใครเข้าไปช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าไม่เห็นเนื่องจากมีเคสด่วนเข้ามา
ตนได้พูดคุยกับแพทย์ผู้ชันสูตร ซึ่งแจ้งว่าบุตรชายขาดอากาศหายใจเป็นเวลานานจนทำให้สมองตาย แต่ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ นอกจากนี้ยังพบว่าบุตรชายมีซี่โครงหัก 1 ซี่ และต้องรอผลการชันสูตรอีกประมาณ 2 เดือน
สิ่งที่ตนเรียกร้องในวันนี้คือการให้ความเป็นธรรมแก่บุตรชาย และเชื่อว่าบุตรชายของตนไม่คิดฆ่าตัวตาย เนื่องจากโทษที่ถูกจับไม่ใช่โทษที่หนักถึงขั้นต้องทำร้ายตัวเอง

นอกจากนี้ แฟนสาวของผู้เสียชีวิต ซึ่งขอสงวนชื่อจริง อายุ 23 ปี ได้เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 20.40 น. ตนและแฟนได้ออกไปซื้อข้าวที่บริเวณหน้าปากซอย และระหว่างกลับได้แวะร้านสะดวกซื้อ หลังจากออกจากร้านสะดวกซื้อ ตนเห็นแฟนของตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีสารเสพติดในครอบครอง และได้ทำการใส่กุญแจมือแล้วนำตัวไปยังสถานีตำรวจนครบาลบางกอกน้อยทันที
ตนได้ตามไปที่สถานีตำรวจและเห็นว่าแฟนของตนอยู่ในห้องสืบสวน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตนรออยู่ด้านนอกประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นได้พาแฟนของตนออกมาและแจ้งว่าจะนำตัวไปฝากขังที่สถานีตำรวจนครบาลบางขุนนนท์ ในระหว่างการนำตัวไปฝากขัง ตนได้พูดคุยกับแฟนตามปกติ และยังมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับการที่จะมาหากันในวันถัดไป โดยไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
นายนิรันดร์ เกแง้ว ทีมงานเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า ในส่วนที่แม่ติดได้สงสัยเรื่องการเสียชีวิตเบื้องต้น ตนเองจะประสานไปยังกองพิทักษ์สิทธิเสรีภาพกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม และประสานไปยังตำรวจนครบาล 7 เพื่อให้ความเป็นธรรมกับคุณแม่ในเรื่องที่ลูกชายเสียชีวิตแต่ไม่ได้รับคำชี้แจง
รวมถึงในเรื่องของกล้องวงจรปิด ปกติแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยเฝ้าอยู่บริเวณหน้าห้องคุมขังเพื่อดูภาพกล้องวงจรปิดเวลาผู้ต้องขังถูกคุมขังอยู่ตลอดเวลา แต่ทำไมถึงปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ฝากถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่ และช่วยทำความจริงให้คุณแม่ของผู้เสียชีวิตคลายความสงสัย


