ตำรวจ จับเพื่อนสาวสุดแสบ ชวนไปทำงานแลกชิพ ในกาสิโนสิงคโปร์ แต่กลับส่งขายตัวที่บาห์เรน
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.69 พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม.สั่งการ พ.ต.อ.ชวินโรจน์ ภีมรัชตธำรงค์ ผกก.4 บก.ปคม. พ.ต.ต.หญิง กันทิมา หวังรวมกลาง สว.กก.4 บก.ปคม. นำกำลังจับกุม น.ส.ลฎาภา หรือกาญจนา อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2235/2569 ลงวันที่ 21 เม.ย.69 ข้อหา “ค้ามนุษย์โดยเป็นธุระจัดหา หน่วงเหนี่ยวกักขัง โดยหลอกลวงเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี, เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจาร, ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย พาหรือส่งคนไปนอกราชอาณาจักร และเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไป ซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทำการค้าประเวณี” ได้บริเวณทางออกของสถานีบริการน้ำมัน ในพื้นที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
ทั้งนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2559 ผู้เสียหายได้พบเฟซบุ๊กของ น.ส.ลฎาภา ผู้ต้องหา ซึ่งเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน ได้โพสต์ชักชวนไปทำงานเป็นพนักงานทำหน้าที่แลกชิพในกาสิโนที่ประเทศสิงคโปร์ มีรายได้เดือนละประมาณ 100,000 บาท กินอยู่ฟรี มีห้องพักให้อยู่ พร้อมออกค่าเดินทางให้ก่อน แล้วไปใช้หนี้ในภายหลังที่ต่างประเทศ หากผู้เสียหายสนใจจะดำเนินการจองตั๋วเครื่องบินให้ แล้วจะนัดหมายการเดินทาง ไปรับตั๋วเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้เสียหายจึงไปจัดทำหนังสือเดินทาง และได้ชักชวนเพื่อนสาวอีกคนไปทำงานด้วยกัน
ต่อมาเมื่อถึงกำหนดการเดินทาง ผู้ต้องหาได้แจ้งผู้เสียหายทั้งสองว่าต้องเปลี่ยนไปทำงานที่ประเทศบาห์เรน เมื่อเดินทางไปถึงประเทศบาห์เรน กลับพบว่าถูกหลอกมาทำงานค้าประเวณี และทราบว่าผู้ต้องหาเคยหลอกผู้อื่นหลายคนมาทำงาน โดยได้รับค่านายหน้าประมาณ 30,000 บาทต่อคน เมื่อผู้เสียหายไม่ยินยอมทำงานค้าประเวณี ถึงถูกกลุ่มขบวนการข่มขู่ว่าจะต้องหาเงินมาจ่ายค่าหนี้ที่เดินทางมาต่างประเทศประมาณ 100,000 กว่าบาท
ผู้เสียหายจึงติดต่อขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาได้เข้าให้การช่วยเหลือพาผู้เสียหายทั้งสองไปแจ้งความที่สถานีตำรวจประเทศบาห์เรน และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคม. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ กระทั่งตามจับกุมได้ดังกล่าว
สอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

