จับหนุ่มอินโดฯ ตัวการสแกมคริปโทข้ามชาติ เสียหายกว่า 350 ล้าน หนีซุกรีสอร์ตหรูภูเก็ต

25.04.26 | 09:17 น.

จับหนุ่มอินโดฯ ตัวการสแกมคริปโทข้ามชาติ เสียหายกว่า 350 ล้าน หนีซุกรีสอร์ตหรูภูเก็ต

เมื่อวันที่ 25 เมษายน พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 และ  พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต พร้อมชุดติดตามสืบ ตม.3 เฝ้าติดตามผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ ตามหมายจับของสหรัฐอเมริกา และหมายแดงของอินเตอร์โพล

หลังตรวจพบหลบหนีซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการปรากฏตัว ของ Mr.William (นามสมมุติ) บุคคลต่างด้าวสัญชาติอินโดนีเซียซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของ FBI และตำรวจสากล ตัวการใหญ่ในขบวนการไฮบริดสแกมเมอร์ ซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบว่าเป้าหมายเข้าพักอาศัยในรีสอร์ตหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จึงสนธิกำลังบุกเข้าไปแสดงตัวขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง

ผลการตรวจสอบทราบชื่อผู้ต้องสงสัยคือ MR.William (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา ในฐานะนักท่องเที่ยว เป็นผู้ร้ายข้ามชาติที่ FBI และตำรวจสากลต้องการตัว ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์”  จึงควบคุมตัวมาตรวจสอบอัตลัษณ์บุคคลอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากบุคคลต่างด้าวรายนี้มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง

Advertisement

ตัวการสแกมคริปโท

พ.ต.อ.สุริยะเปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้ ถูกกล่าวหาว่าระหว่างปี 2565-2569 ได้ร่วมกับขบวนการดำเนินการฉ้อโกงการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี โดยใช้วิธีติดต่อเหยื่อผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่โซเชียลมีเดีย และช่องทางออนไลน์ต่างๆ โดยใช้วิธีการจ้างผู้ร่วมขบวนการหน้าตาดี ทำหน้าที่นางแบบและนายแบบ คอยออกกล้องวิดีโอคอล สร้างความสัมพันธ์ในลักษณะ Romance Scam ให้แยบยลน่าเชื่อถือขึ้นกว่าการใช้รูปภาพนิ่ง ก่อนสบโอกาสชักชวนลงทุนในแพลตฟอร์มปลอม พร้อมแสดงผลกำไรเท็จ มีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายเฉพาะในสหรัฐอเมริกากว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 350 ล้านบาท 

โดย Hybrid Scam ในลักษณะดังกล่าวกำลังมีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก เนื่องจากคนร้ายใช้วิธีการหลากหลายวิธีร่วมกันในการหลอกลวง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สตม. ขอย้ำเตือนไปยังพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อ และให้ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนดำเนินการธุรกรรมทางการเงิน ประเทศไทยยืนยัน ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง และเต็มกำลังความสามารถ โดยเฉพาะคดีฉ้อโกงทางออนไลน์ที่สร้างความเสียหายในวงกว้างแก่ประชาชนทั่วโลก