ทักษิณ เข้าเงื่อนไข ไม่ต้องใส่กำไล EM ทนายย้ำสุขภาพดี วอนกก.ระดับยธ. พิจารณาพักโทษตามข้อเท็จจริง

27.04.26 | 11:56 น.

บรรณพจน์ พี่เขย เป็นตัวแทนครอบครัวเยี่ยม ‘ทักษิณ’ เผยโอเคดี ทนายวิญญัติระบุ 23 เม.ย. ถือเป็นเยี่ยมญาติใกล้ชิดครั้งสุดท้ายของครอบครัวชินวัตร ขอบคุณเรือนจำกลางคลองเปรมให้โอกาสผู้ต้องขังได้สวมกอด-อวยพรลูกหลาน ยันทักษิณสุขภาพใจดี แม้มีโรคประจำตัว แต่กินยาต่อเนื่อง หมั่นดูแลตัวเอง เบื้องต้นอายุเกิน 70 ปี ไม่ต้องติดกำไล EM ขอให้สังคมรอฟังผลทางการแทน

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 27 เมษายน ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ซึ่งเป็นพี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ภรรยาของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 59 พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ

โดยปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ เป็นระยะเวลา 7 เดือน กับอีก 18 วัน ยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดีตามกำหนดวันเยี่ยมญาติ และทุกวันอาทิตย์ยังมีเวทีปราศรัยหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม สลับหมุนเวียนแกนนำคนเสื้อแดงขึ้นเสวนา

รวมถึงนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย นำสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 200 ใบ มาคอยแจกให้คนเสื้อแดงที่มาร่วมกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดจะดำเนินไปจนกว่าจะถึงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 ซึ่งนายทักษิณจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป

ทั้งนี้ เมื่อนายบรรณพจน์เดินทางมาถึงเรือนจำได้ยกมือไหว้สวัสดีสื่อมวลชนและคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับให้กำลังใจ โดยยังไม่มีการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด จากนั้นทั้งหมดเดินเข้าประตู 1 ของเรือนจำ เพื่อไปยังจุดเยี่ยมญาติ

Advertisement

เวลา 10.10 น. นายบรรณพจน์ออกมาเปิดเผยสั้นๆ ว่า จากการพูดคุยกับท่านทักษิณ ท่านโอเคดี แต่รายละเอียดต่างๆ ขอให้สื่อมวลชนพูดคุยสอบถามกับทนายวิญญัติแทน

ด้านทนายวิญญัติเปิดเผยว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 23 เม.ย.69 ลูกและหลานได้เข้าเยี่ยมใกล้ชิดท่าน ได้สวมกอดและไหว้ขอพรท่าน ซึ่งท่านทักษิณและครอบครัวก็มีความสุขอย่างมาก เพราะไม่ได้เจอและสัมผัสกันนานหลายเดือนแล้ว ขอบคุณเรือนจำกลางคลองเปรมที่ได้ให้โอกาสท่านทักษิณ และยังให้โอกาสผู้ต้องขังรายอื่นๆ ได้เยี่ยมญาติใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม วันที่ 23 เม.ย.69 เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ท่านจะได้เยี่ยมญาติใกล้ชิด และในฐานะที่ตนเป็นทนายความมองว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ

ทนายวิญญัติกล่าวว่า ส่วนเรื่องสุขภาพ ท่านยังคงปกติดี แต่ก็มีโรคประจำตัวอย่างที่ทุกท่านทราบ แต่ก็ไม่ได้มีอาการโคม่าหรือน่ากังวลแต่อย่างใด เพราะท่านก็พยายามดูแลตัวเองให้ดี รับประทานยาอยู่เป็นประจำ อาการโดยรวมที่น่ากังวลใจจึงไม่มีเลย และสุขภาพจิตใจท่านก็ดีด้วย

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวล่าสุดกรณีคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์มีมติให้นายทักษิณมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ ได้รับการพักโทษทั่วไปแล้ว จึงเหลือเพียงด่านสุดท้ายในวันที่ 29 เม.ย.69 ซึ่งคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรมจะได้ประชุมพิจารณานั้น ทนายวิญญัติกล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องการประชุมกันวันไหนอย่างไรตามที่สื่อมวลชนแจ้ง แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ขอความกรุณาคณะอนุกรรมการฯ ทุกท่านให้พิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริง เพราะส่วนตัวตนก็คิดว่าท่านจะได้รับการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา

ทนายวิญญัติกล่าวย้ำว่า ในวันที่ 29 เม.ย.69 ที่จะมีการประชุมพิจารณาของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการลงมตินั้น ในฐานะทนายความก็อยากบอกว่า “อยากให้ท่านได้รับโอกาสพักโทษ” ส่วนเป็นห่วงหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่าทุกคนเป็นห่วงอยู่แล้ว แม้ญาติหรือครอบครัวของผู้ต้องขังรายใด เชื่อว่าความรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะเรือนจำกลางคลองเปรมก็มีจำนวนผู้ต้องขังเยอะ ไม่ได้มีเพียงท่านคนเดียว อีกทั้งทั่วประเทศก็คงมีประมาณหลัก 500 ราย ซึ่งตนก็ไม่ก้าวล่วง และไม่อยากลงรายละเอียดมากนัก เพราะเจ้าหน้าที่หรือคณะอนุกรรมการก็ยังคงทำหน้าที่กันอยู่

เมื่อถามว่า สถานที่สำหรับพักโทษคุมประพฤตินายทักษิณครั้งนี้จะยังเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้าดังเดิมหรือไม่ ทนายวิญญัติกล่าวว่า เรียนตามตรงว่าที่ได้ยื่นไปก็ยังคงเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งก็จะเป็นสถานที่ที่ท่านทักษิณจะใช้อาศัยระหว่างคุมประพฤติ ในกรณีท่านทักษิณผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษคุมประพฤติ

ส่วนกรณีที่มีรายงานด้วยว่านายทักษิณจะไม่ต้องติดกำไล EM เพราะเข้าเกณฑ์ผู้ต้องขังสูงวัยเกินกว่า 70 ปี นั้น ทนายวิญญัติกล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ ขอให้รอฟังผลดีกว่าว่าจะเป็นจริงตามที่สื่อมวลชนสอบถามหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขอให้ท่านได้รับโอกาสตามระเบียบกฎหมาย เพราะท่านก็สูงอายุ และมีโรคประจำตัวด้วย ส่วนการประเมินต่างๆ ก็เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ ไม่ขอมีความเห็นใดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เนื่องด้วยวันนี้ถือเป็นวันที่สื่อมวลชนให้การจับตาความเคลื่อนไหวครอบครัวชินวัตร หลังมีกระแสข่าวว่าเมื่อวันที่ 24 เม.ย.69 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพักโทษระดับกรมราชทัณฑ์มีมติให้นายทักษิณมีคุณสมบัติผู้ต้องขังเด็ดขาดผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักโทษกรณีทั่วไป ก่อนที่รายชื่อของนายทักษิณ และผู้ต้องขังเด็ดขาดรายอื่นๆ ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดจะถูกส่งไปยังคณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรม (หรือชื่อเต็ม : คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 ในวันพุธที่ 29 เม.ย.69 โดยการนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่ง กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย

และเมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ก็ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร

อย่างไรก็ดี มีรายงานด้วยว่า เนื่องด้วยนายทักษิณมีอายุกว่า 76 ปี และมีปัญหาด้านสุขภาพ ส่วนใหญ่จึงเข้าเงื่อนไขในกลุ่มผู้ต้องขังสูงวัยที่ไม่ต้องติดกำไล EM ส่วนการปล่อยตัวคุมประพฤติจะเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 และจะต้องรับการคุมประพฤติต่อเนื่องอีกเป็นเวลา 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษและได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย.69