รวบอดีตเจ้าหน้าที่รัฐแสบ อุปโลกน์โครงการทิพย์ ลวงบริษัทรับเหมา 17 แห่ง สูญ 358 ล้าน

27.04.26 | 11:47 น.

รวบอดีตเจ้าหน้าที่รัฐแสบ อุปโลกน์โครงการทิพย์ ลวงบริษัทรับเหมา 17 แห่ง สูญ 358 ล้าน

เมื่อวันที่ 27 เมษายน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.ธีรเดช อรุณนพรัตน์ สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายวสุ ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.8/2569 ลงวันที่ 21 เม.ย.69 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมเป็นเจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบฯ” ได้บริเวณหน้าร้านอาหาร ถนนสุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ผู้ต้องหาได้เข้าไปตีสนิทกับบริษัทรับเหมาขนาดใหญ่ โดยอ้างว่ามีโครงการที่ผู้รับจ้างทิ้งงาน จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการระบบพลังงานทางเลือก (Solar) และโครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงต่ำและสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV) รวมมูลค่ากว่า 32 ล้านบาท จากนั้นได้เสนอตัวเป็นนายหน้านำโครงการดังกล่าวมาให้บริษัทผู้เสียหายรับช่วงต่อ แต่มีข้อแม้ว่าต้องจ่ายค่าดำเนินการ จำนวน 6 ล้านบาท

ต่อมาผู้ต้องหาได้นัดหมายให้ตัวแทนบริษัทเข้าไปที่สำนักงานใหญ่ ย่านบางซื่อ โดยจัดฉากให้พบกับ นายวสุ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายวสุได้อาศัยเครื่องแบบและตำแหน่งหน้าที่ นำเอกสารสัญญาจ้างที่ปลอมขึ้นมาทั้งฉบับมาให้ผู้เสียหายลงนาม ก่อนจะนัดหมายส่งมอบสัญญาที่อ้างว่าผู้บริหารระดับสูงเซ็นอนุมัติแล้ว ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน เมื่อผู้เสียหายเห็นลายเซ็นผู้บริหารและตราประทับ จึงหลงเชื่อสนิทใจ และยอมส่งมอบเงินสดจำนวน 6 ล้านบาทให้กับผู้ต้องหา

เมื่อผู้เสียหายส่งมอบงานงวดแรก และเตรียมเบิกเงินกว่า 3.5 ล้านบาท นายวสุได้ส่งภาพเอกสารที่มีคิวอาร์โค้ด อ้างว่าให้สแกนเพื่อติดตามสถานะการจ่ายเงิน แต่เมื่อผู้เสียหายสแกนกลับพบว่าเป็นเพียงหน้าเว็บไซต์ Google ธรรมดา เมื่อตรวจสอบเชิงลึก จึงพบความจริงว่าโครงการดังกล่าวไม่มีอยู่จริง สัญญา
ถูกทำปลอมขึ้นมาทั้งหมด ผู้บริหารไม่เคยรับทราบ และพยานในสัญญาคือบุคคลที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาทั้งสิ้น

Advertisement

จากการตรวจสอบพบว่าขบวนการนี้ไม่ได้ก่อเหตุเพียงครั้งเดียวแต่มีการนำชื่อ และตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานไปทำสัญญาปลอม หลอกลวงบริษัท และห้างหุ้นส่วนจำกัดมาแล้วถึง 17 บริษัท รวมมูลค่าสัญญาที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาสูงกว่า 358 ล้านบาทจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหากลุ่มนี้ไว้ กระทั่งตามจับกุม นายวสุได้ในพื้นที่ จ.ระยอง ดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป