ตำรวจ-ดีเอสไอ สนธิกำลังกรมธุรกิจพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7 หน่วย เปิดปฏิบัติการตรวจสอบคลังน้ำมัน-บริษัทท่อส่งน้ำมัน 7 จุด 3 จังหวัด หลังพบความผิดปกติในการรายงานตัวเลขน้ำมัน โดยเฉพาะบริษัทท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ใน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี เน้นตรวจสอบคำสั่งซื้อ-ปริมาณน้ำมันคงคลัง-รถบรรทุกเข้าออก-ใบกำกับการขนส่ง ในช่วงมีนาคม ที่น้ำมันขาดแคลน
เมื่อเวลา 8.30 น. วันที่ 28 เม.ย.69 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ , เจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน , เจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดสระบุรี , เจ้าหน้าที่สรรพสามิตจังหวัดสระบุรี , พลังงานจังหวัดสระบุรี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจสอบผู้ประกอบการน้ำมัน แก้ไขปัญหาภาวะขาดแคลน
โดยเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายคลังน้ำมัน 3 จังหวัด คือ จ.ขอนแก่น , จ.สมุทรสาคร และ จ.สระบุรี รวม 7 จุดสำคัญ แบ่งเป็น บริษัทท่อส่งน้ำมัน , บริษัทน้ำมันค้าปลีก , ส่วนงานบริหารธุรกิจของบริษัทคลังน้ำมัน และบริษัทคลังเก็บน้ำมันที่เป็นผู้ให้บริการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังพบความผิดปกติจากรายงานตัวเลขน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกักตุน เพื่อเก็งกำไรหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายานว่า จากการติดตามการปฏิบัตืการณ์ ตรวจค้น 1 ใน 7 จุดสำคัญ ซึ่งจุดนี้ตั้งอยู่ใน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี เป็นบริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อ เมื่อชุดปฏิบัติการมาถึง ได้มีตัวแทนบริษัท มาเข้ามาพบ และให้ความร่วมมือในการนำทีมปฏิบัติการทั้งหมด เข้าตรวจสอบภายในบริษัททันที โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชน เข้าไปภายในจุดที่เป็นสำนักงานที่มีการชี้แจงข้อมูล

จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น พบว่า บริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อดังกล่าวนี้ เป็นเพียงบริษัทรับจ้างส่งน้ำมันทางท่อเท่านั้น ที่มีบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ ประมาณ 4-5 บริษัทเป็นเจ้าของน้ำมัน และใช้บริการบริษัทนี้ในการส่งน้ำมัน ซึ่งนอกจากจะส่งน้ำมันทางท่อแล้ว ยังพบว่ามีการขนส่งน้ำมันผ่านรถบรรทุกน้ำมันของบริษัทต่างๆ เพื่อไปยังหน้าปั๊มด้วย
ทั้งนี้ มีรายงานว่าจากชุดปฏิบัติการตรวจค้นในวันนี้ เบื้องต้นว่า การเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันดังกล่าว ใน จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่จะขอตรวจสอบเอกสารคำสั่งซื้อน้ำมัน , ข้อมูลรับส่งน้ำมันประจำวัน , ข้อมูลปริมาณน้ำมันคงคลังประจำวัน , ทะเบียนรถบรรทุกที่เข้ามารับน้ำมัน เพื่อตรวจสอบการเข้าออกจากคลังว่ามีทั้งหมดกี่คัน ทะเบียนป้ายใดบ้าง ปลายทางไปที่ไหน , ใบกำกับการขนส่งน้ำมัน , ภาพกล้อวงจรปิดภายในคลังน้ำมัน , แผนผังการเก็บน้ำมันระบบท่อส่ง และข้อมูลมิเตอร์ไฟฟ้า ตลอดทั้งเดือนมีนาคม ตั้งแต่เกิดภาวะสงครามตะวันออกกลาง จนมาช่วงวิกฤตน้ำมันขาดแคลน 20-25 มีนาคม
และการปฏิบัติเข้าตรวจคลังน้ำมันในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ที่ให้เดินหน้าตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งหมด 92 คลัง และการเข้าตรวจวันนี้เป็นคลังน้ำมันที่อยู่ในจำนวนดังกล่าว
ผู้สื่อข่าว ได้สอบถามข้อมูลหนึ่งในรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน บอกว่า เขาเป็นคนขับรถบรรทุกน้ำมันของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ใน จ.นครราชสีมา เป็นปั๊มขนาดเล็กในพื้นที่ เขาขับรถมาเพื่อรับน้ำมันที่คลังน้ำมันแห่งนี้ ทั้งหมด 32,000 ลิตร เพื่อไปเติมเข้าระบบหน้าปั๊ม ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงเท่านั้น และไม่ได้เดินทางมาทุกวัน ขึ้นอยู่กับบริษัทจะให้เข้ามารับน้ำมันวันไหน
ขณะเดียวกันอีกหนึ่งรถบรรทุกน้ำมัน ของปั๊มน้ำมันในพื้นที่ จ.สระบุรี ให้ข้อมูลว่า จะเข้ามารับน้ำมันที่คลังแห่งนี้เกือบทุกวัน ประมาณ 40,000 ลิตร แต่ช่วงที่น้ำมันขาดแคลน ก็มีการจำกัดปริมาณน้ำมัน เหลือวันละ 30,000 ลิตร
สำหรับการปฏิบัติการในวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะมีการแถลงผลการปฏิบัติการทั้งหมดอีกครั้ง

