CIB โชว์เหนือ! สกัดลักลอบขนต่างด้าวเข้าเมือง-บุหรี่เถื่อน รวบยกแก๊งพร้อมของกลางมูลค่ากว่า 3 ล้าน
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติทั้งหมด 2 เคส ได้เเก่ 1. สกัดจับวันเดียว 2 คันรวด ขบวนการขนต่างด้าวเข้าเมือง อัดแน่นเต็มคันรถกว่า 16 ราย 2. จับกุมขบวนการลักลอบขนบุหรี่ เถื่อน 31,750 ซอง มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวต่อเนื่องมาจากศูนย์บิ๊กดาต้าของทาง บช.ก. ที่เก็บข้อมูลการลักลอบทั้งขนต่างด้าวผิดกฎหมาย และลักลอบขนของเถื่อนมาอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจุบันทำให้เราได้ข้อมูลกลแก๊งค์ที่มีการล็อกนอกใช้เส้นทางหลวงในการขนทั้งคนหรือสิ่งของผิดกฎหมายมาโดยตลอดในช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมาซึ่งเราได้ข้อมูลทำให้ตำรวจทางหลวงทำงานได้ง่ายขึ้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นจนนำมาสู่การจับกุมทั้งสองเคส

โดยคดีเเรก พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1กก.1 บก.ทล. กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและผู้นำพาในพื้นที่ภาคกลาง โดยคันเเรกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจพบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า ALTES สีดำ ขับผ่านมาบริเวณถนนสายเอเซีย (ขาเข้า) กม.17-18 ต.คลองสวนพลู อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา รถคันดังกล่าวมีลักษณะบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าปกติและติดฟิล์มมืดทึบ จึงส่งสัญญาณเรียกหยุดเพื่อตรวจสอบ พบ นาย ZIN BO อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่ และมีแรงงานเมียนมาอีก 5 คน อัดแน่นภายในรถ โดยทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทาง
จากการสอบสวน นาย ZIN BO รับสารภาพว่า ได้รับการประสานผ่านแอพพลิเคชัน Messenger จากเพื่อนชื่อ “กาวิน” ให้รับแรงงานจาก จ.นครสวรรค์ และ จ.สิงห์บุรี ไปส่งปลายทางกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล โดยได้ค่าจ้างรายหัวละ 500 บาท ขณะที่กลุ่มแรงงานให้การผ่านล่ามว่า ลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติจากเมืองเมียวดี จ.ตาก เสียค่านายหน้าสูงถึงรายละ 15,000 บาท

ส่วนของคันที่ 2 เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์นั่งสามตอน โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว มีพฤติการณ์บรรทุกหนักและฟิล์มมืดเช่นเดียวกัน จึงเรียกตรวจบริเวณใกล้เคียง พบ นาย AUNG ZAW อายุ 32 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่ ตรวจค้นภายในพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาจำนวน 10 คน
นาย AUNG ZAW ให้การว่าได้รับการว่าจ้างจากเพื่อนชื่อ “ซัน ชิน วิน” ผ่าน Messenger ให้รับแรงงานจากพื้นที่ จ.สิงห์บุรี และนครสวรรค์ ไปส่งยังกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 1,000 บาท ซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง ด้านแรงงานให้การว่าลักลอบข้ามฝั่งมาจาก จ.ตาก บางรายจ่ายเงินให้นายหน้าแล้ว 11,000 บาท บางรายยังอยู่ระหว่างการชำระเงิน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาผู้ขับขี่ทั้ง 2 ราย ในฐานความผิด “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ส่วนแรงงานเมียนมาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.ท.ศตวรรฒ แวงแสน สว.ส.ทล.4 กก.3 บก.ทล. กล่าวว่า อีกคดีคือการจับกุมขบวนการลักลอบขนบุหรี่ เถื่อน 31,750 ซอง มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ซึ่งสืบทราบว่าจะมีกลุ่มขบวนการลักลอบนำบุหรี่ต่างประเทศจากประเทศกัมพูชา ลักลอบขนส่งเพื่อกระจายจำหน่ายในพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย จึงได้ออกตรวจตราตามเส้นทางรับผิดชอบอย่างเข้มงวด

จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (ตู้ทึบ) ยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีขาว มีพฤติการณ์น่าสงสัยขับขี่มาจาก จ.ตราด มุ่งหน้า จ.จันทบุรี เจ้าหน้าที่จึงติดตามจนถึงบริเวณ ทล.3 กม.302-303 ต.วังโตนด อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ก่อนแสดงตัวขอตรวจสอบ จากการตรวจค้นภายในตู้ทึบท้ายรถ เจ้าหน้าที่ต้องตะลึงเมื่อพบบุหรี่ต่างประเทศจำนวนมหาศาล ประกอบด้วย บุหรี่หลายยี่ห้อ อาทิ Gold seal, Mond, Texas, Marlboro และยี่ห้ออื่นๆ รวมทั้งสิ้น 31,750 ซอง โดยไม่มีตราประทับเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย จึงควบคุมตัว นายมนตรี อายุ 43 ปี (คนขับ) และ นายพรพรม อายุ 44 ปี (ผู้โดยสาร) พร้อมยึดรถบรรทุกและโทรศัพท์มือถือไว้เป็นของกลาง

สอบสวนเบื้องต้นทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ขนบุหรี่เถื่อนดังกล่าว โดยทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นสินค้าที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำไปกระจายจำหน่ายในพื้นที่ชั้นในของไทย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการรายใหญ่ต่อไป


