อนันต์ชัย ยื่นหลักฐานใหม่ คดีพระคึกฤทธิ์ ปมเงินวัดนาป่าพง โอนไปตปท. มูลค่ากว่า 42.9 ล้าน

29.04.26 | 16:44 น.

อธ.อัยการสอบสวน รับหลักฐานเพิ่มเติม คดีพระคึกฤทธิ์ ปมเงินวัดนาปาพง โผล่ต่างประเทศ ยืนยันสอบสวนทุกฝ่ายเท่าเทียมก่อนเสนอ อสส.สั่งคดี

เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่สำนักงานการสอบสวน อัยการสูงสุด มูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมคณะ นำโดย นายอนันต์ชัย ไชยเดช หรือ ทนายกระดูกเหล็ก เข้ายื่นหนังสือต่อ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ วัดนาป่าพง อย่างเร่งด่วน หากเข้าข่ายการฟอกเงินและปกปิดแหล่งที่มาของเงินให้ดำเนินคดีด้วย

นายอนันต์ชัย กล่าวว่าการยื่นหนังสือครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 ฝั่งทนายของ วัดนาป่าพง ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีในศาลแพ่งประเทศ เยอรมนี โดยมีการกล่าวถึงเงินจำนวน 210,000 ยูโร (ประมาณ 12.2 ล้านบาท) ที่โอนไปให้สีกายุ หรือนางกัญญาภัค ชไนเดอร์ เพื่อจัดตั้งสมาคมและมูลนิธิพุทธวจนเยอรมัน ที่ประเทศเยอรมัน มีการยักยอกเงินจำนวนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีการตรวจสอบเพิ่มเติมโดย มูลนิธิทนายกองทัพธรรม พบข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการโอนเงินของวัดนาป่าพง ไปต่างประเทศหลายรายการ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าที่เคยเปิดเผยอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่

-ทุนทรัพย์ในการฟ้องคดี ประมาณ 363,609.56 ยูโร (ประมาณ 13.82 ล้านบาท)
-ค่าธรรมเนียมศาล ประมาณ 89,634 ยูโร (ประมาณ 3,418,831.80 บาท) และค่าทนายในต่างประเทศ ประมาณ 543,425.48 ยูโร (20.7 ล้านบาท) รวมเป็นเงินประมาณ 633,059.79 ยูโร (ประมาณ 24.06 ล้านบาท)
-เงินโอนให้บุคคลในต่างประเทศ 132,303.58 ยูโร (ประมาณ 5.02 ล้านบาท) รวมยอดเงินที่โอนไปต่างประเทศทั้งสิ้นกว่า 42.9 ล้านบาท

Advertisement

แม้ผลของคดีในศาลแพ่ง เยอรมนี จะมีมูลค่าที่ชนะเพียงประมาณ 8 ล้านบาท แต่กลับมีการใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการดำเนินคดีสูงถึง 42.9 ล้าน จึงก่อให้เกิดข้อสงสัยถึงความเหมาะสมของการใช้เงินวัด ซึ่งเป็นเงินจากศรัทธาของประชาชน เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ อย่างไร

นายอนันต์ชัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของเงินวัดนาป่าพง ที่โอนไปยังสีกายุ จำนวน 210,000 ยูโร นั้น สีกายุได้โอนไปยังสมาคมหรือมูลนิธิพุทธวจน เรียบร้อยครบถ้วนแล้ว ไม่มีการยักยอกแต่อย่างใด

ในส่วนประเด็นเงินที่เป็นทุนทรัพย์ ในการฟ้องร้องดำเนินคดี ค่าธรรมเนียมศาล ค่าทนายความ ต่างประเทศ เงินโอนให้บุคคลต่างๆ ที่ต่างประเทศ ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเล็ก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับ “เงินวัด” หากมีการนำไปใช้โดยไม่โปร่งใส หรือผิดวัตถุประสงค์ อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญา โดยเฉพาะกรณีที่เป็นธุรกรรมข้ามประเทศ และอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

ด้าน ดร.ณัฐนันท์ ตั้งข้อสังเกตว่า จากคำพิพากษาของศาลใน เยอรมนี ระบุลักษณะความสัมพันธ์เป็นเพียง “สัญญาตัวแทน” ไม่ใช่การยักยอก สีกายุไม่ได้ยักยอก โดยเฉพาะในจำนวน 210,000 ยูโรได้นำไปจัดตั้งสมาคมหรือมูลนิธิพุทธวจนเรียบร้อยแล้ว และผ่องถ่ายไปซื้อกองทุนที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งหมายความว่าวัดนาป่าพงแพ้คดีในประเด็นนี้ และยังมีบางประเด็นที่ผลคดีแตกต่างจากที่ ทนายความของวัดนาป่าพง เคยแถลงต่อสื่อมวลชน

เบื้องต้น สำนักงานอัยการสอบสวน ได้รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว

ด้าน นายวัชรินทร์ เปิดเผยว่า การจะพิจารณาดำเนินคดีกับพระอาจารย์คึกฤทธิ์หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเป็นสำคัญขณะนี้คณะกรรมการได้มีการประชุมและสอบสวนในหลายประเด็นไปมากแล้วเหลือเพียงพยานบางส่วนที่ยังต้องสอบเพิ่มเติม

ในประเด็นสำคัญจำเป็นต้องขอเอกสารจากประเทศเยอรมนี โดยมีนายธีรัช ลิมปยารยะ เป็นผู้ประสานงานหลัก ทำให้การดำเนินการด้านเอกสารไม่น่าจะล่าช้า

การสอบสวนในคดีนี้อัยการสำนักงานการสอบสวนจะต้องรับฟังพยานหลักฐานจากทุกฝ่าย ทั้งผู้กล่าวหาและทางฝ่ายพระคึกฤทธิ์ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา เมื่อพิจารณาแล้วจึงจะมีความเห็นได้ว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ เเละนำเสนออัยการสูงสุดเพื่อนำเสนออัยการสูงสุดในการสั่งคดีต่อไป

ด้าน นายธีรัช ระบุว่า การดำเนินการขอเอกสารจากต่างประเทศจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากได้ประสานกับตำรวจเยอรมันไว้ล่วงหน้าแล้ว และจะจัดทำคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขอข้อมูล

ทั้งนี้ จะนำเอกสารที่ได้มาเปรียบเทียบกับหลักฐานของผู้กล่าวหา โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน เช่น การจดทะเบียนหรือการลงทุนในหลักทรัพย์ เพื่อตรวจสอบว่าเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของวัด หรือใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของวัดหรือไม่

นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบระบบการบริหารจัดการเงินของวัด โดยได้สอบถามไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอแนวทางเกี่ยวกับระเบียบการเบิกถอนเงิน เช่น ขั้นตอนการอนุมัติ ผู้มีอำนาจเบิกถอน และหลักเกณฑ์การนำเงินไปใช้

เบื้องต้น การสอบปากคำดำเนินการไปอย่างละเอียดแล้ว เหลือเพียงบางประเด็นเล็กน้อยที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยอัยการยังคงประสานงานกับพนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่อง

โดยนายธีรัช ย้ำว่า คดีมีความคืบหน้าไปมากพอสมควร และเอกสารที่ทนายความนำมายื่นเพิ่มเติมในวันนี้ หากพบประเด็นต้องสงสัย ก็จะมีการขยายผลต่อไป