เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นประธานการประชุม ก.ตร. โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมรองผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมการเข้าร่วมประชุม มีวาระเรื่องเสนอเพื่อพิจารณาเรื่องการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ความสามารถ เพื่อใช้พิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจสายงานสืบสวนสอบสวน ที่ดำรงตำแหน่งควบและสามารถปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเอง ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ซึ่งเป็นการพิจารณาบุคลากรในกรณีพิเศษนอกเหนือจากรอบปกติ เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจและความจำเป็นของหน่วยงานและการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ให้เลื่อนขึ้นเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร กรณีมีเหตุพิเศษ ตามที่คณะกรรมการ ก.ตร.กำหนด
พล.ต.ท.ชัยต์พจน์ สุวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล(ผบช สกพ.) รองโฆษก ตร. แถลงผลการประชุมว่า การประชุมมีทั้งวาระเพื่อทราบและวาระเพื่อพิจารณา โดยในส่วนของวาระเพื่อทราบ เป็นการรายงานผลการดำเนินงานตามปกติของคณะอนุกรรมการก.ตร.ในด้านต่างๆ อาทิ งานด้านวินัย การบริหารทรัพยากรบุคคล และการพิจารณาข้อกฎหมาย ซึ่งดำเนินการแทน ก.ตร. ตามกรอบอำนาจหน้าที่ และนำเสนอให้ที่ประชุมรับทราบตามวงรอบ
ส่วนวาระเพื่อพิจารณา ที่ประชุมให้ความเห็นชอบในประเด็นสำคัญ เช่น การปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ความสามารถของข้าราชการตำรวจในสายงานสืบสวนและสอบสวน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว เป็นผลมาจากการลงพื้นที่ของคณะทำงาน ตร. เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างสายงานสืบสวนสอบสวน พบข้อจำกัดและปัญหาในการปฏิบัติจริง จึงนำมาปรับแก้เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรม โดยมุ่งเน้นให้ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติงานในสายงานดังกล่าวอย่างแท้จริง ได้รับสิทธิและโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพอย่างเหมาะสม” พล.ต.ท.ชัยต์พจน์กล่าว
พล.ต.ท.ชัยต์พจน์กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี โดยเฉพาะในกลุ่มตำรวจหญิงสายงานป้องกันและปราบปราม ซึ่ง ตร.มีความจำเป็นต้องเสริมกำลังในหลายหน่วยงานสำคัญ อาทิ บช.ตชด., บช.น. และ บช.ส.
พล.ต.ท.ชัยต์พจน์กล่าวว่า การแต่งตั้งนอกวาระครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายและแผนการดำเนินงานที่ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ถึงปีงบประมาณ 2569 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังพลตำรวจหญิง โดยผู้ที่ได้รับการบรรจุและผ่านการฝึกอบรมเรียบร้อยแล้ว จะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิและสามารถปฏิบัติหน้าที่ในสายงานป้องกันและปราบปรามได้อย่างเต็มรูปแบบ กำลังพลตำรวจหญิงจะมีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง โดยเฉพาะงานถวายความปลอดภัยบุคคลสำคัญ การดูแลแขกต่างประเทศ และภารกิจในพระราชพิธีต่างๆ ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปี 2569 ซึ่งจำเป็นต้องใช้บุคลากรที่ผ่านการฝึกเฉพาะทาง และมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์สำคัญระดับประเทศ และว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกำลังพล และรองรับภารกิจสำคัญของ ตร.ในอนาคต ตลอดจนสร้างความเป็นธรรมและขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเทต่อไป

