นักธุรกิจสาว ร้องเอาผิดเซียนพระดัง ลวงซื้อแบรนด์เนม-ขายที่ดิน ถูกมอม เซ็นเอกสารเสียเปรียบ สูญ 300 ล้าน
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่อาคารรับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.ดรณ์ มอบอำนาจให้ นายเถลิงศักดิ์ อรรคทิมากูล เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.หญิง วชิรา ธาวนพงษ์ สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเซียนพระชื่อดังและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือน มิ.ย.65 น.ส.ดรณ์ได้รู้จักกับเซียนพระรายดังกล่าว ซึ่งเข้ามาตีสนิทและเสนอตัวรับซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมในราคาสูง อ้างว่าจะนำไปขายทำกำไรจากส่วนต่างราคา ต่อมายังนำที่ดินมาจำนองและเสนอขายให้ผู้เสียหายหลายแปลง โดยชำระเงินเป็นเช็คแทนเงินสด ช่วงแรกเช็คสามารถขึ้นเงินได้ แต่ระยะหลังธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน หรือเช็คเด้ง
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 เม.ย.67 เซียนพระได้ขอเข้าพบผู้เสียหาย เพื่อทำหนังสือรับสภาพหนี้ และขอผ่อนชำระจำนวน 84 งวด งวดละ 5,760,000 บาท พร้อมนำพระเครื่องจำนวน 152 องค์ มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ช่วงแรกเช็คที่มอบให้ยังสามารถขึ้นเงินได้ แต่ภายหลังกลับเกิดปัญหาเช็คเด้งซ้ำอีก
กระทั่งวันที่ 2 ก.ค.68 เซียนพระนัดผู้เสียหายไปพบที่บริษัทพระเครื่องแห่งหนึ่ง เพื่อทำบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญารับสภาพหนี้ โดยระหว่างดำเนินการ นาย ท. ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้อง ได้ชักชวนให้ผู้เสียหายดื่มสุราจนมึนเมาขาดสติ ก่อนให้ลงลายมือชื่อในเอกสารที่มีเงื่อนไขเสียเปรียบ ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่าหากมีสติครบถ้วนจะไม่ลงนามในเอกสารดังกล่าว
ล่าสุดเมื่อเดือน มี.ค.69 ผู้เสียหายนำพระเครื่องที่ใช้เป็นหลักประกัน รวมถึงที่ดินที่รับจำนองไปประเมินราคา พบว่ามีการตีราคาสูงกว่าความเป็นจริงเกือบเท่าตัว ขณะเดียวกันทรัพย์สินแบรนด์เนมที่นำไป ไม่ได้ถูกนำไปขายตามที่กล่าวอ้าง แต่กลับถูกนำไปใช้ส่วนตัว และไม่มีการประกาศขายสินค้าแต่อย่างใด
ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าคู่กรณีไม่มีเจตนาซื้อขายหรือชำระหนี้ตั้งแต่ต้น รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 300 ล้านบาท จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้แล้ว ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการดำเนินการต่อไป

