เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ทำหนังสือถึงรอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง จตช. ถึงแนวทางปฏิบัติข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวน(สส.) เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ว่า ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 62 วรรคสาม ได้กำหนดให้ เพื่อประโยชน์การปฏิบัติงานในกลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวน นอกจากตำแหน่งข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่ง ให้ ก.ตร.กำหนดตำแหน่งปฏิบัติงานด้านการสืบสวนสอบสวนเป็นตำแหน่งควบที่สามารถปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเองประกอบมติ ก.ตร.ในการประชุมครั้งที่ 2/2569 เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติการกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจสายงานสืบสวนสอบสวนเป็นตำแหน่งควบที่สามารถปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง และ ตร. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในสายงานสืบสวนสอบสวน สับเปลี่ยนหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวน นั้น
เนื่องจาก ตร.ได้ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติหน้าที่ในสายงานสืบสวนสอบสวนและได้มีการกำหนดตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวนให้กับสถานีตำรวจ หรือหน่วยงานที่มีปริมาณคดีมาก ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ด้านการอำนวยความยุติธรรรรมให้กับประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้การบริหารงานบุคคลในภาพรวมของ ตร. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด จึงให้ดำเนินการ ดังนี้
1.ห้ามมีให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจทุกระดับชั้นสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งควรปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวน ไปช่วยราชการภายใน ตร. รวมทั้งการ หรือการอนุมัติเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการของศูนย์ปฏิบัติการต่าง ๆ เว้นแต่
1.1 สั่งให้ข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวนในสถานีตำรวจ ไปช่วยราชการงานสอบสวนในสถานีตำรวจที่มีตำแหน่งควบดังกล่าว โดยต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่องานสอบสวนและการขาดแคลนผู้ปฏิบัติหน้าที่งานสอบสวนของสถานีตำรวจต้นสังกัด
1.2 สั่งให้ข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวน ที่มิได้สังกัดสถานีตำรวจ ไปช่วยราชการ ดังนี้ 1.ข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก. ไปช่วยราชการงานสอบสวนในส่วนราชการระดับ บก. ที่มีตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวน 2.ข้าราชการตำรวจระดับ ผกก. ไปช่วยราชการงานสอบสวนในส่วนราชการ ระดับ บก. ที่มีตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวน หรือไปช่วยราชการงานสอบสวนในสถานีตำรวจ ส่วนราชการระดับกองกำกับการ (กก.) 3.ข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผกก. ถึง รอง สว. ไปช่วยราชการงานสอบสวนในสถานีตำรวจ ส่วนราชการระดับ กก. ที่มีตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวน
1.3 สั่งให้ข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวน ที่มีกรณีเป็นที่สงสัยว่าประพฤติบกพร่องต่อหน้าที่หรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำความผิดวินัยหรืออาญาหากให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหรือหน่วยงานเดิม อาจก่อให้เกิดความเสียหาย โดยให้ถือปฏิบัติตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัด ทั้งนี้ หากมีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่งจะให้ข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งควบปรับระดับ เพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวน ไปช่วยราชการซึ่งไม่เป็นไปตามที่กำหนด ให้เสนอ ตร. พร้อมเหตุผลความจำเป็นประกอบพิจารณาสั่งการเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายไป
2.ให้หัวหน้าสถานีตำรวจหรือผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดระดับบช. หรือ บก. แล้วแต่กรณีควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติของข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวน ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาระดับ บช. และ บก. ที่รับผิดชอบงานสอบสวนตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งควบดังกล่าวทุกราย และบันทึกผลการตรวจให้ชัดเจน โดยผลการตรวจสอบจะต้องสอดคล้องกับสถิติการรับคดีในระบบ CRIMES คำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรและคำสั่งให้ไปช่วยราชการ และเพื่อให้มีปริมาณงานและคุณภาพงานในการประเมินที่เหมาะสม ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ความสามารถเพื่อพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจสายงานสืบสวนสอบสวนที่ดำรงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเองให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น
3.การเบิกจ่ายเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง สายงานสืบสวนสอบสวน ให้หน่วยต่างๆ ดำเนินการให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง โดยยึดถือระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตำแหน่งผู้ทำหน้าที่สอบสวนคดี พ.ศ.2559 และระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษสำหรับตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวน พ.ศ.2559 อย่างเคร่งครัด และหากตรวจพบว่ามีการฝ่าฝืน ให้พิจารณาข้อบกพร่อง ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทุกระดับชั้น
4.ให้จเรตำรวจ (จต.) สำนักงานตรวจสอบภายใน (สตส.) และผู้บังคับบัญชาระดับ บช. และ บก. ที่รับผิดชอบงานจเรตำรวจตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และอำนาจอีกส่วนหนึ่ง โดยหากพบข้อบกพร่องให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้วรายงานให้ ตร.ทราบ
5.ให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดหากตรวจพบหรือได้รับรายงานว่ามีผู้บังคับบัญชาหรือข้าราชการตำรวจผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง จะพิจารณาดำเนินการทางวินัยกับผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด หรือผู้ที่ไปช่วยราชการ ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อื่น ที่มิใช่งานสอบสวนโดยเด็ดขาดต่อไป จึงแจ้งมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด

