ผู้เสียหายคดีแอ็คมี่-วรวัฒน์ นักธุรกิจหมื่นล้าน ผู้ต้องหาคดีโกงลงทุนคริปโทฯ สูญพันล้าน รวมตัวร้อง DSI ขยายผลคนใกล้ชิด พร้อมหลักฐานเส้นทางเงิน หลัง บก.ปอศ.โอนสำนวนให้ดีเอสไอ เข้าเกณฑ์คดีพิเศษ จี้ ตร. เร่งขอหมายแดงตำรวจสากลล่าตัว แอ็คมี่ จากดูไบกลับไทยดำเนินคดี
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ดร.แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม หรืออี้แทนคุณ นำผู้เสียหายคดีถูกนายวรวัฒน์ นาคแนวดี หรือแอ็คมี่ (Acme) นักธุรกิจหมื่นล้าน ชักชวนให้ร่วมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ความเสียหายรวมในเบื้องต้นมีมูลค่าสูงถึง 1,386 ล้านบาท จากผู้เสียหาย 1,000 ราย ปรากฏว่านายวรวัฒน์ได้หนีหมายจับ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้เนื่องด้วยจำนวนความเสียหายเข้าเกณฑ์เป็นคดีพิเศษ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จึงส่งสำนวนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ไปดำเนินการสอบสวนต่อไป ขณะที่ ดร.แทนคุณ พาผู้เสียหายมายื่นหนังสือต่อดีเอสไอเพื่อขอให้ขยายผลไปยังบุคคลใกล้ชิดที่เกี่ยวข้องทั้งภรรยาของนายวรวัฒน์ ซึ่งเป็นนักแสดงช่องดังและติดตามกรณีออกหมายแดงต่อนายวรวัฒน์ เพื่อนำตัวกลับมาจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะเป็นคดีที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก โดยมี น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง
ดร.แทนคุณ เปิดเผยว่า ภายหลังจากได้มีการเข้ายื่นหนังสือและพยานหลักฐานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตนได้มีโอกาสคุยกับผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งท่านให้ปากรับคำว่าจะช่วยกำกับติดตามให้ เนื่องจากทางตำรวจ บก.ปอศ. ได้ส่งสำนวนมาให้ดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น พวกตนก็หวังว่าแม้ผู้ต้องหารายสำคัญจะยังหลบหนีอยู่ แต่ผู้เสียหายก็มีความหวังในกระบวนการยุติธรรม ว่าจะสามารถนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้
อย่างไรก็ตาม ทางผู้เสียหายได้มีการตั้งไว้ 3 ประเด็น ให้กับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ประกอบด้วย 1.ต้องติดตามนำตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีที่ไทย 2.ให้มีการขยายผลไปยังผู้กระทำความผิดรายอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิดหรือเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ 3.ทรัพย์สินที่ได้มาจากการฉ้อโกงประชาชน อยากให้เจ้าหน้าที่มีการเร่งอายัดเพื่อที่จะไว้เฉลี่ยคืนแก่ผู้เสียหาย เนื่องจากเส้นทางการเงินที่มีการกระทำความผิดค่อนข้างชัดเจน เพราะผู้เสียหายได้มีการโอนเงินไปลงทุนตามบัญชีธนาคารที่ระบุไว้จริง จึงอยากให้เร่งอายัดทันทีไม่ต้องรอให้คดีถึงที่สุด เพราะแค่ในตอนนี้ก็ทราบแล้วว่าเริ่มมีการแปรสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดบ้างแล้ว ทั้งนี้ กรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีดาราและศิลปินรายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั้น ก็อยากให้ดีเอสไอได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาใช้ในการสืบสวนสอบสวนเช่นเดียวกัน ว่าบุคคลเหล่านี้มีพฤติการณ์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง
ดร.แทนคุณ เปิดเผยอีกว่า หลายคนหลงเชื่อภาพลักษณ์ของเขา เพราะมีภาพใกล้ชิดสนิทสนมกับบุคคลสำคัญ ทั้งในและต่างประเทศ ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ ทำให้ผู้เสียหายหลายคนต่างทุ่มเงินหมดเนื้อหมดตัวในการลงทุนกับเขา อีกทั้งยังมีการใช้จิตวิทยาล่อลวง มีการประชาสัมพันธ์ภาพงานช่วยเหลือสังคมจำนวนมาก ตนจึงไม่อยากให้สังคมมาโทษผู้เสียหายว่าทำไมจึงไปหลงเชื่อแล้วลงทุนด้วยเงินจำนวนมากขนาดนี้ เพราะบ่อยครั้งภายใต้หน้ากากคนดีก็มีสิ่งที่แฝงซ่อนเร้นมาได้ และยิ่งสำคัญไปกว่านั้น เรื่องเส้นทางการเงิน ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงหรือช่วยตรวจสอบได้ จึงหวังว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะดำเนินการอย่างเป็นธรรม เพราะทุกวันนี้ผู้เสียหายต่างก็เจ็บปวดและทุกข์ทรมานจากการลงทุนดังกล่าว หลายคนไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเทอมลูก หลายคนต้องกู้หนี้ยืมสินจากที่อื่นมาเพื่อหมุนเวียนใช้ และบางคนก็เริ่มมีการคิดสั้นตลอดเวลา
ดร.แทนคุณ เปิดเผยอีกว่า วันนี้ตนมีข้อมูลมากมายที่ได้มาจากผู้เสียหายเพื่อที่มอบให้กับดีเอสไอไปใช้ในการขยายผล และต้องขอขอบคุณที่มักได้รับความเมตตาจากดีเอสไอบ่อยครั้ง ช่วยประสานงานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสม่ำเสมอ จึงยังเชื่อว่าประเทศไทยยังมีหน่วยงานที่พร้อมใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ตนยังมีข้อมูลสำคัญโดยเฉพาะที่อยู่อาศัยของผู้กระทำความผิด ที่หลบหนีหมายจับไปอยู่นครดูไบ เนื่องจากเขาได้มีการฟ้องหมิ่นประมาทกับตน ที่ตนมาช่วยผู้เสียหายยื่นเรื่องร้องทุกข์ จึงทำให้เห็นเอกสารที่อยู่ของเขาอย่างชัดเจนที่แนบมาในเอกสารของศาล หลังจากนี้จึงต้องติดตามว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีกระบวนการในการยื่นขอออกหมายแดงตำรวจสากลโดยเร็วอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้ติดตามตัวกลับไทยมาดำเนินคดี และเยียวยาผู้เสียหายโดยเร็ว พร้อมย้ำว่า กรณีที่ตนถูกเขาฟ้อง ไม่กลัว เพราะไม่อยากให้ผู้เสียหายต้องทนทุกข์ทรมานต่อไป
ดร.แทนคุณ เปิดเผยอีกว่า สำหรับความคืบหน้าสำนวนการสอบสวนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. ได้ดำเนินการสอบปากคำพยานผู้เสียหาย และส่งโอนมาให้ดีเอสไอสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ เนื่องด้วยเข้าเงื่อนไขเป็นคดีพิเศษ ตนทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. ได้มีการสอบปากคำพยานผู้เสียหายไว้หลายราย ไม่นับรวมตำรวจในพื้นที่ท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ เชื่อว่าภายหลังจากที่ดีเอสไอได้รับโอนสำนวนนี้แล้ว จะได้มีการพิจารณาว่าเข้าข่ายให้รับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษหรือไม่ เพื่อที่จะได้รวบรวมสำนวนจากตำรวจในท้องที่ต่างจังหวัดมาประกอบการสอบสวนคดีพิเศษด้วย ย้ำว่าตนจะติดตามทุกขั้นตอน ไม่อยากให้คดีหลุด เพราะทางผู้เสียหายให้ข้อมูลกับตนเองเลยว่า ความเสียหายโดยรวมนั้นถึงหลักพันล้านบาท และนอกจากนี้ ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ จะยังมีผู้เสียหายกลุ่มที่สองที่จะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งจำนวนผู้เสียหายของกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 อย่างไรก็เกินกว่า 1,000 รายแน่นอน อนึ่ง ตั้งแต่ที่ตนตามคดีมา ยังไม่เคยได้เห็นว่าผู้กระทำความผิด ได้เดินทางเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเลยสักครั้ง อาจเพราะเขารู้ดีว่ามีหมายจับในคดีอยู่
ดร.แทนคุณ เปิดเผยอีกว่า ทุกวันนี้ทางผู้กระทำความผิดยังไม่มีอาการสลด หรือสำนึกจากการหลอกผู้เสียหายลงทุน แม้กระทั่งมีหมายจับของศาลในคดี ซึ่งเรารับผิดชอบฟ้องร้องโดย ก.ล.ต. เจ้าตัวก็ยังอ้างว่าเป็นหมายจับปลอม ทั้งที่พยานหลักฐานทุกอย่างคือข้อเท็จจริงทั้งหมด และผู้เสียหายก็มีหลักฐานของจริงทั้งหมดเหมือนกัน โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน ที่ผู้เสียหายเคยทำธุรกรรมโอนเงินไปลงทุนกับบัญชีธนาคารที่เป็นนิติบุคคลและบัญชีส่วนตัวของเขา ทั้งนี้ ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีตอนนี้ ตนก็อยากให้ประชาชนระวังเรื่องการเทรดสกุลเงินดิจิทัลในรูปแบบใหม่ ๆ ด้วย เพราะบางทีชาวบ้านก็ไม่ได้ชำนาญเรื่องเหรียญคริปโตโคเรนซี และโดยเฉพาะหน่วยงานอย่าง ก.ล.ต. ที่กำกับดูแลเรื่องนี้โดยตรง ควรจะทำงานเชิงรุกให้มากกว่านี้ อย่าเพิกเฉยนิ่งดูดาย ปล่อยให้มีการเทรดนอกตลาด แม้ท่านจะย้ำว่าไม่มีอำนาจในการเข้าไปจัดการ แต่ท่านสามารถให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชนให้รู้เท่าทันได้ ในส่วนของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิดกับผู้กระทำความผิดหรือคนในครอบครัว ย่อมไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดได้ ดังนั้น ขออย่าผลักภาระให้แก่ผู้เสียหาย อย่ามัวแต่มาไล่ฟ้องปิดปากผู้เสียหาย เพราะทรัพย์สินที่พวกคุณได้ไป หรือได้ใช้ มันจะคอยเผาใจพวกคุณตลอดเวลา
เบื้องต้นฐานความผิดตามที่ ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษไว้ คือ ความผิดเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นความผิดมูลฐานที่ขยายผลไปเรื่องการฟอกเงินได้ด้วย ดังนั้น เมื่อนับรวมกรรมที่ได้กระทำต่อผู้เสียหายไว้หลายราย ก็เป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ
ดร.แทนคุณ เปิดเผยอีกว่า ตนได้ข้อมูลสำคัญจากผู้เสียหายมาว่า ในวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. ปูพรมจับกุมเครือข่ายของเขา เขาได้มีการให้คนของตัวเองพยายามยื่นขอเสนอสินบน 50 ล้านบาทกับเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับการไม่ต้องจับกุมตัว แต่ว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิเสธไม่รับเงินดังกล่าว ซึ่งตรงส่วนนี้มีหลักฐานการติดสินบนเจ้าพนักงานทุกอย่าง
ด้านตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวว่า กรณีที่เขาอ้างว่าจำนวนผู้เสียหายไม่ถึง 1,000 คนนั้น ตนอยากอธิบายว่า ในจำนวน 1,000 คนที่ว่านั้น มันคือการให้ผู้เสียหายเข้าไปถือเหรียญในแพลตฟอร์ม แต่ไม่ใช่จำนวนที่ทุกคนไปแจ้งความดำเนินคดี เพราะก็เข้าใจดีว่า บางคนก็ยังไม่ติดสินใจแจ้งความ เพราะยังกลัวอยู่ แต่ทั้งนี้ มันก็คือจำนวนผู้เสียหายทั้งหมดที่ได้เอาเงินไปลงทุนเทรดในแพลตฟอร์มของเขาแล้ว แต่เชื่อว่ามีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ได้แจ้งความไว้กับตำรวจในท้องที่แล้ว หลังจากที่ออี้แทนคุณ นำผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายวรวัฒน์ นาคแนวดี หรือแอ็คมี่ มีความเคลื่อนไหวล่าสุดพบว่านายวรวัฒน์ ได้ประกาศเดินหน้าฟ้องอาญา ดร.แทนคุณ จิตต์อิสระ ในข้อหาหมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 โดยขณะนี้ศาลอาญาได้มีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว ในคดีอาญาคดีดำหมายเลข อ.750/2569 หลังนายวรวัฒน์ถูกกล่าวหาผ่านสื่อว่าก่อความเสียหายกว่า 1,386 ล้านบาท พร้อมตัวเลขผลตอบแทนสูงถึง 500 เท่า และอ้างว่ามีผู้เสียหายมากกว่า 1,000 ราย โดยนายวรวัฒน์ยืนยันจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาล พร้อมตั้งคำถามถึงตัวเลขความเสียหายและข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ว่ามีที่มาอย่างไร รวมถึงตัวตนของผู้เสียหายที่ถูกกล่าวอ้างว่ามีมากกว่า 1,000 คน คือบุคคลใดบ้าง โดยให้เหตุผลว่าข้อมูลหลายอย่างที่ถูกเผยแพร่เป็นเพียงเรื่องเล่าที่ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ
- ก.ล.ต. สั่งบล็อกเว็บ 1000X กล่าวโทษแอ็คมี่ วรวัฒน์ ปมธุรกิจคริปโทไม่ได้รับอนุญาต-ฟอกเงิน
- รวบคาสนามบิน พี่ชายแอ็คมี่-พวก หลอกลงทุนคริปโทพันล้าน ค้นบ้าน-ยึดรถหรู-แบรนด์เนมอื้อ

