จนท.สกัดจับชาวจีน 14 ราย ลอบข้ามแดนจากเขมร เข้าจันทบุรี โยงเครือข่ายไซเบอร์สแกม-พนันออนไลน์

7.05.26 | 08:28 น.

จนท.สกัดจับชาวจีน 14 ราย ลอบข้ามแดนจากเขมร เข้าจันทบุรี โยงเครือข่ายไซเบอร์สแกม-พนันออนไลน์

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 7 พ.ค. 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) และกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 543 ได้จัดกำลังลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ตามช่องทางธรรมชาติที่มีความล่อแหลมต่อการลักลอบข้ามแดนและการกระทำผิดกฎหมาย

การปฏิบัติครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับข้อมูลด้านการข่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาได้เข้าตรวจสอบเครือข่ายชาวจีนบริเวณตลาดผซาปรม ต.สตึงกัจ อ.ศาลากราว จ.ไพลิน ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งผลให้มีกลุ่มชาวจีนพยายามหลบหนีการตรวจสอบและลักลอบข้ามแดนเข้ามายังประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ

ต่อมาเมื่อเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยบริเวณถนนในสวนเกษตรริมชายแดนไทย–กัมพูชา พื้นที่บ้านมะรุม หมู่ 6 ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบและควบคุมตัว ทราบต่อมาว่าเป็นบุคคลสัญชาติจีน จำนวน 14 ราย เป็นชายทั้งหมด และส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารเดินทาง

จากการซักถามเบื้องต้นพบว่า บุคคลบางส่วนอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายพนันออนไลน์ และขบวนการ Cyber Scam ในพื้นที่ฝั่งกัมพูชา โดยทั้งหมดให้การว่าได้หลบหนีการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชา ก่อนลักลอบข้ามแดนเข้ามาในราชอาณาจักรไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณริมคลองโป่งน้ำร้อน

Advertisement

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าว (สัญชาติจีน) เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โป่งน้ำร้อน และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทหารเรือทุกขั้นตอนได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายอย่างเคร่งครัด คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกควบคุมตัว

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่ชายแดนฝั่งกัมพูชาบางแห่งยังคงเป็นแหล่งเคลื่อนไหวของเครือข่ายอาชญากรรม ข้ามชาติและกลุ่มจีนเทา ซึ่งอาศัยพื้นที่ชายแดนเป็นฐานพักพิงและช่องทางหลบหนีการจับกุม กองทัพเรือจึงได้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ และบูรณาการด้านการข่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางหลบหนีหรือพื้นที่สนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามชาติ