ตม.เชื่อ 2 ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ’แอ๋ม’ ยังกบดานแถวท่าขี้เหล็ก เร่งประสานเมียนมาจับกุมตัว

31.05.17 | 12:09 น.

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี น.ส.กวิตา อายุ 25 ปี และ น.ส.ปรียานุช อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ” คดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม อายุ 22 ปี สาวร้านคาราโอเกะ ที่ ต.คำม่วง อ.เขาสวนกลาง จ.ขอนแก่น เหตุเกิดวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้หายไปจากการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมาหลังจากเจ้าหน้าที่ไทยสืบทราบว่าไปกบดานอยู่ที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงกันข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงรายนั้น

ล่าสุด จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตามย่านชุมชนและร้านอาหารต่างๆ ที่คาดว่าทั้งคู่จะไปพำนักอยู่ โดยเฉพาะร้านคาราโอเกะซึ่งถูกระบุว่าทั้งสองคนได้ขอข้ามแดนไปเพื่อทำงาน ซึ่งมีคนไทยเป็นผู้พาตัวไปและเป็นผู้บริหารคาราโอเกะดังกล่าว อยู่ห่างจากพรมแดนแม่สายไปประมาณ 4-5 กิโลเมตร ปรากฏว่าถึงวันนี้ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด โดยเบื้องต้นทราบว่ามีคนในพื้นที่ท่าขี้เหล็กรับตัวไปอีกช่วงหนึ่ง แต่การข่าวยังไม่ยืนยันว่านำตัวไปที่ใด

ทั้งนี้ ทาง พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ ผู้กำกับตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย เปิดเผยว่า บุคคลทั้งสองได้มีการทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวหรือบอเดอร์พาส สำหรับผ่านแดนไปอย่างถูกต้องในวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีหลักฐานชัดเจนว่าประทับตราออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เนื่องด้วยเป็นบัตรผ่านแดนชั่วคราว ทำให้ไม่มีบันทึกรูปหน้าไว้เหมือนพาสปอร์ตและขณะนั้นยังไม่มีหมายจับ ทำให้ไม่มีการขึ้นบัญชีรายชื่อบุคคลต้องห้ามออกประเทศ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแสดงหลักฐานการกลับเข้ามาในประเทศ จึงเชื่อว่าอาจยังอยู่ในเขตอำเภอท่าขี้เหล็ก เพราะหากไปยังพื้นที่อื่นต้องใช้พาสปอร์ต เพียงแต่ขณะนี้ยังจับกุมตัวไม่ได้ ซึ่งทางตม.เองก็พยายามติดตามตัวเพื่อให้จับกุมได้โดยเร็ว โดยประสานงานกับทุกฝ่ายทั้งของไทยและหน่วยงานทางประเทศเมียนมา หากทางเมียนมาจับตัวได้จะแจ้งให้ทางฝ่ายไทยได้รับทราบทันที

ขณะเดียวกันหลังจากพนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกลาง ได้ยื่นขอศาลให้อนุมัติหมายเพิ่มเติมต่อ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต อายุ 28 ปี คนในกลุ่มเดียวกัน ก็พบว่าได้ปรากฏชื่อ น.ส.อภิวันทน์ ว่าเป็นผู้ที่เดินทางออกชายแดนไทยตรงด่านพรมแดน อ.แม่สาย เหมือนกัน โดยเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ด้วยบัตรผ่านแดนชั่วคราวหรือบอเดอร์พาสเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดเห็นตัวทั้ง 3 คนอย่างชัดเจนว่าอยู่ร่วมกันหรือไม่ เพราะช่วงที่ออกจากชายแดนได้นั่งอยู่บนรถยนต์ที่ปิดกระจกไว้อย่างมิดชิดและมีผู้นำเอกสารออกมายื่นให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านพรมแดนแทน