โผล่อีก เหยื่ออาจารย์พิธีกรรมฉาว พาเข้าห้องสองต่อสอง พูดจาแทะโลม ไม่กล้าแจ้งความ เหตุลูกศิษย์เป็นขรก.ยศใหญ่
จากกรณี อาจารย์ดังอมมังกรแก้กรรม จนมีผู้เสียหายออกมาแฉพฤติกรรมไม่เหมาะสม อ้างใช้พิธีกรรมและความเชื่อในการพูดจาคุกคามทางเพศ รวมถึงมีพฤติกรรมเข้าข่ายลวนลาม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์ ล่าสุดมีผู้เสียหายรายใหม่เพิ่ม เข้าร้องเรียนกับ “เอกสายไหมต้องรอด” อีกราย
เมื่อเวลา 10.00 วันที่ 9 พฤษภาคม ที่ สำนักงานสายไหมต้องรอด นายเอ (นามสมติ) อายุ 18 ปี พร้อมครอบครัว ผู้เสียหายจากอาจารย์อมมังกรแก้กรรมคนดัง ร้องนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอกสายไหมต้องรอด ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด
โดยนายเอ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2568 ในขณะนั้นแม่ไปเที่ยวกับพ่อ และพาไปทำธุระแถวภาคเหนือ ก่อนจะเห็นคลิปวิดีโอในโซเชียลว่าอาจารย์คนดังกล่าวเป็นคนมีชื่อเสียง แม่มีอาการปวดหลังจึงเข้าไปให้อาจารย์คนดังกล่าวดูอาการให้ แต่ไปถึงให้แม่เข้าไปสอบถามอาการมีการคุยกันเพียงเล็กน้อย ภายหลังจะมาคุยกับตนที่เป็นลูกชายเป็นหลัก จากนั้นได้เรียกตนเองให้เข้าไปนั่งข้าง ๆ และมีการกระซิบข้างหูพูดเรื่องอนาจาร จนเวลาผ่านไปประมาณ 12.00 น. อาจารย์ได้ให้ลูกศิษย์หาร้านอาหารให้พ่อกับแม่ และบอกให้ตนเข้าไปกินข้าวกับอาจารย์เพียงแค่สองคน ระหว่างทานข้าวตลอด 1 ชั่วโมง อาจารย์ไม่มีการพูดเรื่องอนาจาร
ต่อมา เมื่อกินข้าวเสร็จ อาจารย์ได้พาเข้าไปในห้อง ก่อนให้นั่งสมาธิ 5 นาที และพูดเรื่องลามกเกี่ยวกับสัตว์ เช่น สุนัขตัวนี้น่ารักไหม อยากมีสัมพันธ์ด้วยไหม จะทำท่าไหน อาจารย์เล่าว่าตัวเองเคยเอาอวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของสุนัข ก่อนที่จะเรียกสุนัขตัวหนึ่งเดินเข้าไปในห้อง และได้จับสุนัขตัวนั้นมาลูบหัว และจับอวัยวะเพศของสุนัข ก่อนที่อาจารย์จะส่งเสียงครางออกมา ตอนนั้นตนกลัวมาก ตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายในห้อง อาจารย์คนดังกล่าวทำหน้าตาหื่นกาม
จากนั้นอาจารย์ก็ได้สั่งให้ตัวเองลุกยืนขึ้นและถกขากางเกงขึ้นมา ให้เห็นขาอ่อน พูดจาแทะโลมเหมือนเดิม และถามย้ำว่าอยากทำอะไรกับหมาตัวนั้นไหม ถ้าทำได้จะทำท่าไหน หรือชอบสัตว์ชนิดไหน อยากมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ชนิดใด หรือชอบสถานที่ไหนในป่า หรือข้างคลอง ก่อนที่อาจารย์จะทำเสียงครางในลำคอ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายในห้อง อาจารย์ได้ยึดโทรศัพท์มือถือ ไม่สามารถเก็บหลักฐานหรือติดต่อใครได้ ซึ่งตนได้ออกมาจากห้องอีกครั้งในเวลา 16.00 น.
ซึ่งอาจารย์คนดังกล่าวบอกว่าตนเองชะตาขาด เป็นเคสเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข โดยจะต้องถ่ายรูปอวัยวะเพศและก้นสุนัขมาวางคู่กัน และแนบเข้าไปในหนังสือของอาจารย์ และให้แพ็กส่งไปให้อาจารย์ทางไปรษณีย์ แต่ตนเองไม่ได้ทำ พร้อมบอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้จิตใจตัวเองย่ำแย่ กระทบกระเทือนจิตใจ

ด้านนางบี (นามสมมติ) อายุ 48 ปี แม่ของผู้เสียหาย เปิดเผยว่าหลังจากกลับมาจากบ้านของอาจารย์ ลูกชายได้มาเปิดใจค่อย ๆ เล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายบ้าง ยอมรับหลังจากที่ฟังแล้วรู้สึกผิด และคิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ตนหมดความศรัทธาในอาจารย์คนดังกล่าว เมื่อถามว่าได้มีการไปแจ้งความดำเนินคดีกับอาจารย์คนดังกล่าวหรือไม่ ระบุว่าไม่ได้มีการแจ้งความ เพราะไม่มีหลักฐาน กลัวว่าจะทำอะไรอาจารย์คนดังกล่าวไม่ได้ เพราะในวันนั้นที่ตนเดินทางไป ลูกศิษย์ของอาจารย์เป็นพวกข้าราชการมีตำแหน่งมียศ จึงเกรงกลัว แต่จากการหาข้อมูลในโซเชียลพบว่ามีหลายคนที่โดนพฤติกรรมเช่นนี้
ด้าน นายเอกภพ ระบุว่าผู้เสียหายน่าจะยังมีอีกเยอะเพราะว่าทำมานานและพฤติกรรมคล้ายกันหมดและอาจารย์คงมองว่าตัวเองมีแรงศรัทธาเยอะลูกศิษย์เยอะจึงเอามาเป็นเกราะป้องกันตนเองและคิดว่าคงไม่คิดว่าจะมีใครทำให้เขาเสียหายได้แต่เวรกรรมมีจริงมัวแต่ดูดวงให้คนอื่นจนไม่ได้ดูดวงให้ตนเอง เวรกรรมกำลังจะตามทัน พร้อมกันนี้ในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคมจะพาผู้เสียหายเคสนี้ไปแจ้งความที่ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามเพื่อให้สอบปากคำผู้เสียหายรวบรวมเป็นพยานหลักฐานดำเนินคดีกับอาจารย์คนดังกล่าวต่อไป
ทั้งนี้ยังฝากถึงประชาชนที่กำลังเจอกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ให้ไปแจ้งความเพราะวันนี้กำแพงศรัทธาแตกแล้ว ตำรวจพร้อมให้การช่วยเหลือเต็มที่ให้เอาคนไม่ดีออกจากสังคม

