ตร.เร่งขยายผลคดีซุกคลังแสง ลุยสอบจ่าบอย-จ่าแหบ ทร.ลั่นไม่ปกป้องคนผิด

11.05.26 | 06:01 น.
คลังแสง

ตร.เร่งขยายผลคดีซุกคลังแสง ลุยสอบจ่าบอย-จ่าแหบ ทร.ลั่นไม่ปกป้องคนผิด บช.น.ตั้งกก.เค้นรองสว.ปมขายปืนให้หมิงเฉิน

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำ ในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี มีนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี สัญชาติจีนเป็นผู้ขับขี่ และมีหญิงสัญชาติไต้หวันนั่งมาด้วย ตรวจสอบภายในรถพบปืนพร้อมแม็กกาซีน จึงขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักในซอยห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี และ ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ก่อนพบอาวุธปืนสงคราม วัตถุระเบิดชนิดซีโฟร์ ระเบิดสังหารบุคคล ระเบิดขว้าง อุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิดและน้ำมันจำนวนมาก จึงตรวจยึดพร้อมควบคุมผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งนายหมิงเฉิน ให้การว่าสั่งซื้ออาวุธผ่านช่องทางออนไลน์ โดยตั้งใจจะใช้ “ฆ่าตัวตาย” เนื่องจากป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

นอกจากนี้ ตำรวจยังตรวจสอบประวัติการเดินทางพบนายหมิงเฉิน เข้าประเทศไทยครั้งแรกในปี 2020 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และล่าสุด เดินทางเข้าประเทศเมื่อ 27 มกราคม 2569 ด้วย “วีซ่ารีเอนทรี” ซึ่งเชื่อมโยงกับวีซ่าระยะยาวที่พำนักได้ถึง 5 ปี รวมทั้งถือพาสปอร์ต 2 สัญชาติ จีนและกัมพูชา มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) โดยมีชื่ออยู่ใน กทม. ซึ่งย้ายมาจาก อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อปลายปี 2566

อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำ นายหมิงเฉินมีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดและต้องกินยาประจำตัวตลอดเวลา การสอบสวนไม่ได้ข้อมูลมากนักว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามหรือไม่

ที่ สภ.นาจอมเทียน เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลวัตถุระเบิดสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาเก็บข้อมูลเชิงลึกหลักฐานต่างๆ ที่ตรวจยึดมาโดยเฉพาะอาวุธปืนที่ค้นพบ ลูกกระสุนปืน รวมถึงระเบิด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดทำงานลงพื้นที่สัตหีบ เพื่อติดตามตัวเจ้าหน้าที่ทหารอีก 2 นายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายปืน หลังจากเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่คุมตัว นายคเชนทร์ เสียงล้ำ ครูฝึกยิงปืนสนามพัทยา พ.จ.อ.เมธี สังกัดกองทัพเรือ และนายจำลอง สุทธิรัมย์ อายุ 51 ปี เจ้าของบัญชีและเป็นผู้ส่งมอบปืนให้ชาวจีนมาสอบสวน ทำให้ทราบว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน คือ จ่าแหบ และจ่าบอย ต่อมา เจ้าหน้าที่นำตัวจ่าบอย มาสอบสวนที่ สภ.นาจอมเทียน

สำหรับไทม์ไลน์การซื้อปืน เริ่มจากนายคเชนทร์ เสียงล้ำ ครูฝึกยิงปืนประสาน พ.จ.อ.เมธี เพื่อสอบถามหาซื้อปืน จากนั้น พ.จ.อ.เมธี ติดต่อสอบถามไปยังจ่าแหบ และจ่าแหบติดต่อไปยังจ่าบอยเพื่อนำปืนออกมาให้ โดยมีนายจำลอง เป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงิน

Advertisement

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวข้าราชการสังกัดกองทัพเรือมากกว่า 1 นาย อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอาวุธปืนจากการขยายผลคดีชาวจีนครอบครองอาวุธสงครามนั้น กองทัพเรือได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยผู้บังคับบัญชาได้นำกำลังพลที่ถูกพาดพิงเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม กองทัพเรือยืนยันว่า จะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นกำลังพลในสังกัดหรือไม่ หากผลการสอบสวนพบมีการกระทำความผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการสอบสวน เพื่อให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ขณะที่พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ลงนามคำสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ 154/2569 เรื่อง “แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ”กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ตรวจค้นบ้านพักจากการขยายผลในคดีจับกุมนายหมิงเฉิน และพบอาวุธปืน เครื่องกระสุน อุปกรณ์จำนวนมาก และตรวจสอบเบื้องต้นพบอาวุธปืนบางรายการที่ตรวจยึดได้ มีผู้ครอบครองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนที่ถูกตรวจยึด หรือ มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวหรือไม่ โดยมีพล.ต.ต.ธนกฤต บุญเจริญ รองผู้บังคับการอำนวยการ บช.น. เป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการตรวจอาวุธปืนดังกล่าว พบว่าอาวุธปืนเป็นรอง สวป.สน.สายไหม แต่ถูกนำไปจำนำให้เพื่อนสมัยทำงานที่ กก.สส.บก.น.2 เมื่อปี 2554 ต่อมาถูกนำไปขายต่อให้ตำรวจ สน.เตาปูน ก่อนขายต่อให้ตำรวจฝ่ายอำนวยการ บช.น. และขายต่อให้ตำรวจตำแหน่งรอง สว.อก.สน.ห้วยขวาง ที่ถูกให้ออกจากราชการและถูกจำคุกคดีรับสินบนบุหรี่ไฟฟ้า รวมเปลี่ยนผู้ถือครองมาแล้ว 4 ต่อ ช่วงสุดท้าย อดีตภรรยาของนายหมิงเฉิน ซึ่งเคยเป็นอดีตแฟนของนายตำรวจคนดังกล่าว และนายหมิงเฉินอยากได้ปืนจึงติดต่อซื้อในราคา 100,000 บาท