ราชทัณฑ์ แจงเหตุ หมิงเฉิน ซัน ชักเกร็งตาค้าง คาดกินยาเกินขนาด ก่อนขัง ชี้เครียดหนัก อดข้าวมา 3 วัน

12.05.26 | 11:04 น.

ราชทัณฑ์ แจงเหตุ หมิงเฉิน ซัน ชักเกร็งตาค้าง คาดกินยาเกินขนาด ก่อนขัง ชี้เครียดหนัก อดข้าวมา 3 วัน

จากกรณีที่นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาชาวจีน ที่ประสบอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำ พบอาวุธปืนพกสั้นในรถ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ หมู่ 1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนขยายผลจนนำไปเจอคลังแสงอาวุธสงครามจำนวนมาก ซุกซ่อนภายในบ้านพักพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยร่วมขบวนการค้าอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม M4 จำนวน 2 กระบอก ที่พบภายในบ้านผู้ต้องหา ได้รวม 5 ราย เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชลบุรีได้คุมตัว นายหมิงเฉิน ซัน ออกจากห้อง ศปก.ตม.ชลบุรี เพื่อส่งมอบให้ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน คุมตัวส่งกลับศาลจังหวัดพัทยา เพื่อให้มีคำสั่งส่งฝากขังเรือนจำพิเศษพัทยา หลังมีการฝากขังผัดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 9 พ.ค.

แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาเบิกตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยพบว่าตั้งแต่เดินทางมาจาก สภ.นาจอมเทียน เมื่อเวลา 03.00 น. จนถึงช่วงเที่ยงวันนี้ นายหมิงเฉิน ซัน ยังไม่ยอมรับประทานอาหาร ถึงขั้นตำรวจต้องพยายามป้อนข้าวแต่ก็ไม่เป็นผล และขอเพียงดื่มน้ำและสูบบุหรี่ครั้งละ 2-3 ม้วน อีกทั้งยังมีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา จนเจ้าหน้าที่จิตวิทยาต้องคอยประกบและพูดคุยกับผู้ต้องหารายนี้เพื่อให้มีอาการผ่อนคลาย รวมถึงจัดยาให้รับประทานตามกำหนด เนื่องจากผู้ต้องหามีอาการซึมเศร้า

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าระหว่างการควบคุมตัว นายหมิงเฉิน ซัน ออกจากห้อง ศปก.ตม.ชลบุรี ไปขึ้นรถควบคุมขังของ สภ.นาจอมเทียน ผู้ต้องหายังคงมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่ได้ตอบคำถามใดกับผู้สื่อข่าว

อย่างไรก็ดี นายหมิงเฉิน ซัน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาหนัก ประกอบไปด้วย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับ ใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาต ไว้ในครอบครอง, มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง, มีไว้ในครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ ปรากฏว่าไม่มีญาติหรือผู้ใดมาติดต่อขอเข้าเยี่ยม หรือขอยื่นประกันตัวชั่วคราวต่อศาล จึงเป็นเหตุให้นายหมิงถูกคุมตัวฝากขังยังเรือนจำพิเศษพัทยา

Advertisement

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 12 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ภายหลังจากเมื่อเวลา 19.30 น.ที่ผ่านมา ของวันที่ 11 พ.ค. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เรือนจำพิเศษพัทยาได้มีการนำตัวนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ในคดีซุกระเบิดซีโฟร์และอาวุธสงครามจำนวนมาก ไปส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณอย่างเร่งด่วน หลังมีอาการชักเกร็งในระหว่างถูกนำตัวเข้าสู่ระบบจำแนกแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ของเรือนจำพิเศษพัทยา ซึ่งบรรยากาศที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ (โรงพยาบาลบางละมุง) มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง กว่า 10 นาย มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย

ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลทราบว่านายหมิงเฉิน ซัน มีอาการชักเกร็งอย่างรุนแรง รวมถึงร่างกายอ่อนเพลีย อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลด้วยว่าภายหลังจากที่ผู้ต้องหารายนี้ถูกจับกุมได้มีการไม่ยอมรับประทานอาหารรวมแล้วเป็นเวลา 3 วัน และกำลังเข้าสู่วันที่ 4 โดยเจ้าตัวดื่มเพียงน้ำเปล่า รวมถึงมีสภาวะเครียด จึงทำให้เกิดอาการดังกล่าว ส่วนทางด้านการรักษานั้น ทีมแพทย์ได้ให้น้ำเกลือ รวมถึงให้ยาที่จะทำให้ผู้ต้องหารายนี้เกิดอาการผ่อนคลาย และจะต้องเฝ้าดูอาการอย่างน้อย 24 ชม.

ขณะที่ พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ เพื่อมอบแนวทางการปฏิบัติกับตำรวจ สภ.บางละมุง พร้อมทั้งระบุว่า ให้มีการผลัดเปลี่ยนกันมาประกบควบคุมและดูแลความปลอดภัยผู้ต้องหารายนี้อย่างใกล้ชิดในระหว่างที่ผู้ต้องหาเข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาล จนกว่าผู้ต้องหาจะมีอาการดีขึ้น จนถึงขั้นตอนการนำตัวส่งกลับเข้าเรือนจำ

นอกจากนี้ มีการรายงานจากทีมแพทย์ระบุว่า หากผู้ต้องหายังมีอาการไม่ดีขึ้น จะต้องถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด คือ โรงพยาบาลชลบุรี โดยตำรวจจะมีการจัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ชลบุรี เข้ามาดูแลรับช่วงต่อในการควบคุมดูแลผู้ต้องหารายนี้นั้น

ด้านนายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า คืนวานนี้ (11 พ.ค.) ตนได้รับแจ้งรายงานเหตุเบื้องต้นจาก ผบ.เรือนจำพิเศษพัทยา ทราบว่าทางผู้ต้องหายังคงอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ยังไม่ได้มีการย้ายส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรีแต่อย่างใด

ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากการกินยาเกินขนาด โดยเป็นยาที่ผู้ต้องหาใช้รักษาพกติดตัวไว้อยู่แล้ว ซึ่งน่าจะมีการกินมาก่อนที่จะมาฝากขังยังเรือนจำพิเศษพัทยา เนื่องจากการจะกินยาหรือขอนำยารักษาโรคประจำตัวเข้าสู่เรือนจำ จะต้องมีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน ทั้งนี้ แม้ทางผู้ต้องหาจะมีการอดอาหารตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนมา 3 วัน แต่ก็มีการดื่มน้ำเปล่ามาบ้าง ซึ่งหากดูจากสถานการณ์ คงเป็นเรื่องของการเผชิญความเครียดสูง และก็ยังคงไม่ได้มีญาติมาเยี่ยม

ดังนั้น ระหว่างนี้ที่ผู้ต้องหายังอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ และทางราชทัณฑ์ได้จัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คอยประกบดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มข้น เพื่อความปลอดภัย ส่วนรายละเอียดเนื้อหาเพิ่มเติมจากนี้ ทางกรมราชทัณฑ์ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ จะรีบสรุปรายงานเพื่อชี้แจงให้สื่อมวลชนรับทราบต่อไปด้วย