พ่อค้าออนไลน์ชื่อดัง ร้อง ผู้บริหารค่ายมือถือใหญ่ เมาขับชนท้าย ท้าต่อย ก่อนซิ่งหนี แถมกดดันให้ยอมความ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม นายเอกลักษณ์ พ่อค้าออนไลน์ชื่อดัง หอบหลักฐานคลิปวงจรปิดเข้าร้องเรียนต่อเพจ “สายไหมต้องรอด” หลังถูกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทค่ายมือถือชื่อดัง ขับรถชนท้ายแล้วหนี ซ้ำยังถูกท้าทายชกต่อยและใช้อิทธิพลมืดกดดันผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกวันที่ 7 มกราคม 2569 บริเวณสี่แยกประเสริฐมนูกิจ
นายเอกลักษณ์เล่าว่า ขณะที่จอดรถติดไฟแดงอยู่ดีๆ กลับถูกรถโตโยต้าคู่กรณีพุ่งชนท้ายอย่างจัง เมื่อลงมาเจรจากลับพบว่าคู่กรณี ซึ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีดำอยู่ในอาการ “มึนเมาอย่างหนัก” แทนที่จะขอโทษ คู่กรณีกลับเดินปรี่เข้ามาจับตัวและสบถคำหยาบใส่ เมื่อผู้เสียหายจะถ่ายคลิปเป็นหลักฐาน กลับถูกท้าทายว่า “มึงสมัครใจต่อยไหม” พร้อมข่มขู่ว่า “กูมีของ” จนเกิดการปะทะกันกลางถนน ในจังหวะที่อาสากู้ภัยให้เลื่อนรถเข้าข้างทางเพื่อรอเจ้าหน้าที่ คู่กรณีกลับอาศัยจังหวะชุลมุนซิ่งรถหนีหายไปทันที โดยไม่รอประกันหรือตำรวจ ตนจึงได้นำเอกสารการตรวจร่างกายเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว
หลังเกิดเหตุคู่กรณีหายตัวไปนานถึง 3 วัน ก่อนจะโผล่เข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมข้ออ้างสุดแปลกที่ว่า “ไม่ได้หลบหนี แต่จะไปแจ้งความเหมือนกันแค่ไปผิดโรงพัก” ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เป็นการถ่วงเวลาเพื่อให้ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดจางหายไปหรือไม่
นายเอกลักษณ์เปิดเผยต่อว่า นอกจากจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในตอนแรก ยังถูก “สารวัตร” นายหนึ่งใน สน.ลาดพร้าว พยายามกล่อมให้ยอมความและไม่ให้เอาเรื่อง จนมารู้ภายหลังว่าสารวัตรคนดังกล่าวมีความสนิทสนมกับฝ่ายคู่กรณี มิหนำซ้ำเมื่อขู่จะร้องเรียนไปยังบริษัทต้นสังกัด ทนายของคู่กรณีกลับตอบกลับอย่างมั่นใจว่า “ส่งไปเลย เดี๋ยวเขาตัดเรื่องทิ้งเอง” แถมคู่กรณียังแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายกับตนเองอีก ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายลงมือก่อน
ด้าน นายนิรันดร์ เกแง้ว ทีมงานเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า คดีนี้หลักฐานชัดเจน ทั้งพฤติกรรมเมาขับ ชนแล้วหนี และการท้าทายทำร้ายร่างกาย เตรียมประสานผู้กำกับการ สน.ลาดพร้าว เพื่อจี้คดีให้ถึงที่สุด และตรวจสอบพฤติกรรมของนายตำรวจที่เข้ามาแทรกแซงการทำงาน เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายที่ถูกข่มขู่

