เปิดร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด คุ้มครองสิทธิลมหายใจประชาชน

13.05.26 | 18:08 น.

หมายเหตุดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้สรุปสาระร่าง พ.ร.บบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพอากาศและสิทธิในอากาศสะอาดของประชาชนและชุมชน สอดคล้องกับพันธกรณีและอนุสัญญาระหว่างประเทศที่สำคัญ ร่าง พ.ร.บ.นี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร วาระ 3 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 และวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบหลักการของร่างกฎหมายในวาระที่ 1 แล้ว และได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในชั้นวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมาย แต่เมื่อยุบสภาทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ตกไป อย่างไรก็ตาม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 คณะรัฐมนตรีร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้ต่อไปได้ภายใน 60 วันนับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก จะครบกำหนดในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้

ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดดังกล่าวมีเนื้อหาทั้งสิ้น 273 มาตรา มีสาระสำคัญสรุปโดยย่อดังนี้

1.สิทธิในอากาศสะอาด
ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … กำหนดสิทธิในอากาศสะอาดให้แก่บุคคล ชุมชน และประชาชน ในฐานะที่เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองทั้งตามกฎหมายภายในประเทศและพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ (ร่างมาตรา 6) บุคคล ชุมชน และประชาชน มีสิทธิที่จะรู้และเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับอากาศสะอาด สิทธิในการมีส่วนร่วมกับรัฐในการตัดสินใจเกี่ยวกับอากาศสะอาด และสิทธิในการเข้าถึงและได้รับความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิทธิที่จะดำเนินคดีรัฐธรรมนูญ คดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง และดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ รวมถึงการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือค่าเสียหายในคดีที่เกี่ยวข้องกับอากาศสะอาด และกรณีที่มีการฟ้องคดีแล้ว และปัญหามลพิษทางอากาศมีความร้ายแรงหรือมีผลกระทบต่อสุขภาพ ผู้ที่เกี่ยวข้องมีสิทธิร้องขอต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยไต่สวนฉุกเฉินได้ (ร่างมาตรา 8 – มาตรา 11)
บุคคล ชุมชนและประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบางต้องได้รับการสร้างเสริมและคุ้มครองสิทธิในอากาศสะอาดอย่างสอดคล้องและเหมาะสมเป็นการเฉพาะ (ร่างมาตรา 7)

2.การป้องกันและควบคุมมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดมลพิษ
(1) ภาคอุตสาหกรรม
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอำนาจประกาศกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายสารมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดภาคอุตสาหกรรม กำหนดให้มีการจัดทำทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษและระบบการตรวจสอบการระบายสารมลพิษทางอากาศ
ข. คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด มีอำนาจประกาศกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายสารมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีความเข้มงวดมากกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
(2) ภาคคมนาคม
กำหนดมาตรการลดการใช้ยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในเขตเมือง ลดการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลและเพิ่มการใช้ระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมือง กำหนดหลักเกณฑ์ในการจำกัดอายุการใช้งานของยานพาหนะ และนำยานพาหนะสิ้นสภาพเข้าสู่ระบบการจัดการซาก กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายสารมลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ และประเภทของยานพาหนะที่จะต้องถูกควบคุมการระบายสารมลพิษทางอากาศ
(3) ภาคป่าไม้
ก. ให้มีการจัดทำแนวทางการจัดการป่าเพื่ออากาศสะอาด โดยให้มีการดำเนินการ เช่น ฝ้าระวังป้องกันการเกิดไฟ การจัดทำแนวกันไฟ สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ ชุมชน และภาคเอกชนในการรักษาและฟื้นฟูระบบนิเวศ
ข. สนับสนุนการดำเนินการป่าชุมชนเพื่ออากาศสะอาด โดยให้มีการดำเนินการ เช่น สร้างเสริมความเข้มแข็งและศักยภาพของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลจัดการป่าชุมชน การจัดทำระบบการป้องกันไฟ สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ ชุมชน และภาคเอกชนในการดูแลรักษาป่าชุมชนและการฟื้นฟูระบบนิเวศป่า
(4) ภาคเกษตรกรรม
ก. ให้มีระบบการจัดการแปลงการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวโดยไม่มีการเผา โดยจะต้องมีการดำเนินการ เช่น ดำเนินการตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ปลอดจากการเผา จัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ ส่งเสริมระบบตลาดสินค้าเกษตรที่ปลอดจากการเผา
ข. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกกฎกระทรวงกำหนดสินค้าเกษตรปลอดการเผาและระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร เพื่อให้ปลอดจากการเผาในทุกขั้นตอนการผลิต
ค. ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรที่อยู่ในระบบตรวจสอบย้อนกลับ มีหน้าที่ต้องดำเนินการ เช่น จัดทำระบบบันทึกและจัดเก็บข้อมูล ตลอดจนข้อมูลผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน และเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าได้ จัดให้มีการตรวจสอบการผลิตที่ปลอดจากการเผา และเมื่อมีกฎกระทรวงกำหนดสินค้าเกษตรปลอดการเผาใช้บังคับแล้ว ห้ามผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรรับซื้อสินค้าเกษตรที่มาจากการเผา เว้นแต่เป็นการเผาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการบริหารจัดการการเผาที่คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดประกาศกำหนด
ง. หน้าที่ของเจ้าของหรือผู้ครอบครองพื้นที่เกษตรกรรม ต้องไม่เผาเพื่อเก็บเกี่ยวหรือจัดการแปลง ต้องจัดการสารมลพิษทางอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามแนวทางการบริหารจัดการที่สำนักงานบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดประกาศกำหนด
(5) ภาคเมือง
กำหนดนโยบายหรือแนวทางให้เกิดการจัดการเพื่ออากาศสะอาด โดยอย่างน้อยประกอบด้วยหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้
(6) ภาคมลพิษข้ามแดน
ก. ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ประสานงานความร่วมมือเพื่อควบคุมและลดสาเหตุการเกิดปัญหามลพิษทางอากาศข้ามแดน
ข. ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง หรือคณะกรรมการตามกฎหมายอื่น เสนอให้มีการกำหนดผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีการระบายสารมลพิษทางอากาศที่จะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศข้ามแดนและส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อม เป็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่ต้องห้ามในการส่งออกหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือต้องปฏิบัติตามมาตรการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร
ค. ให้มีการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานอย่างรอบด้าน โดยผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องรวบรวมข้อมูล รวมถึงข้อมูลสารสนเทศ และเอกสารต่างๆ ซึ่งชี้บ่งได้ว่าผลิตภัณฑ์หรือสินค้าและกระบวนการผลิตไม่เกี่ยวข้องกับการก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศข้ามแดน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผลิตภัณฑ์ของตนปราศจากการก่อให้เกิดหรือร่วมก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศข้ามแดน
ง. ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง มีหน้าที่ตรวจทานและวิเคราะห์ข้อมูลที่จัดเก็บ รวมถึงข้อมูลอื่นที่จำเป็น เพื่อประเมินความเสี่ยงว่าผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่ต้องการจำหน่ายในตลาดหรือส่งออกนั้นก่อให้เกิดหรือร่วมก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศข้ามแดนหรือไม่

3. เขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศและเขตประสบมลพิษทางอากาศ
คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดมีอำนาจประกาศกำหนดให้พื้นที่ใดเป็นเขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศและเขตประสบมลพิษทางอากาศ และให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่เขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศ มีอำนาจออกคำสั่งให้เจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้มีหน้าที่ดูแลแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ ควบคุม ลดหรือระงับหรือหยุดการกระทำ หรือปิดการดำเนินกิจการที่เป็นต้นเหตุที่อาจก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ

Advertisement

4. เครื่องมือและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่ออากาศสะอาด
(1) ภาษีอากรเพื่ออากาศสะอาด ให้สำนักงานบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการเศรษฐศาสตร์ กำหนดแนวทางในการใช้มาตรการทางภาษีอากรในการเพิ่ม หรือลด หรือยกเว้นภาษีอากรดังกล่าว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอากาศสะอาด
(2) ค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาด กำหนดให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า ผู้ประกอบ กิจการสถานบริการ ผู้ประกอบการ เจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ได้รับอนุญาต ตามที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาด
(3) การจัดสรร การซื้อขาย และการโอนสิทธิในการระบายสารมลพิษทางอากาศในพื้นที่ควบคุม รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดให้พื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศเกินศักยภาพการรองรับสารมลพิษทางอากาศ หรือพื้นที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณภาพอากาศ และมีจำนวนแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่เกี่ยวข้องเพียงพอ เป็นพื้นที่ที่มีการนำระบบการจัดสรร การซื้อขาย และการโอนสิทธิในการระบายสารมลพิษทางอากาศมาใช้
(4) หลักประกันความเสี่ยงหรือความเสียหายอันเนื่องมาจากมลพิษทางอากาศ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดประเภทหรือขนาดของกิจการหรือกิจกรรมที่ต้องจัดให้มีหลักประกันความเสี่ยงหรือความเสียหายอันเนื่องมาจากมลพิษทางอากาศ
(5) ระบบฝากไว้ได้คืน ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศใช้ระบบฝากไว้ได้คืนสำหรับสินค้า ผลิตภัณฑ์หรือของเหลือใช้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ระบบฝากไว้ได้คืน ได้แก่ ระบบการเรียกเก็บเงินจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้จัดจำหน่ายหรือผู้บริโภคสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เป้าหมายไว้เป็นการชั่วคราวเพื่อเป็นการประกันว่าสินค้า ผลิตภัณฑ์หรือของเหลือใช้นั้นจะไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และให้คืนเงินแก่ผู้นำสินค้า ผลิตภัณฑ์หรือของเหลือใช้มาคืนเพื่อนำไปจัดการอย่างเหมาะสม
(6) มาตรการอุดหนุน สนับสนุน ส่งเสริม หรือช่วยเหลือกิจกรรมเพื่ออากาศสะอาด เช่น มาตรการช่วยเหลือทางการเงิน

5.กองทุนอากาศสะอาด มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด โดยการใช้เครื่องมือและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ มาตรการและแนวทางอื่นที่เหมาะสม

6.ความรับผิดทางแพ่ง
(1) ความรับผิดทางแพ่งในราชอาณาจักรของผู้ก่อมลพิษทางอากาศและผู้เกี่ยวข้อง
ก. ผู้ใดก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับสู่สภาพเดิมหรือใกล้เคียงสภาพเดิม ไม่ว่าจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามลพิษทางอากาศนั้นเกิดจากเหตุตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น เหตุสุดวิสัย
ข. บุคคลและชุมชนมีสิทธิในการปกป้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติหรือสาธารณสมบัติของแผ่นดินร่วมกับรัฐ และมีสิทธิร้องขอให้สำนักงานหรือหน่วยงานของรัฐ ดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญากับผู้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
ค. เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ และผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมการติดตั้ง หรือผู้ติดตั้งระบบหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมมลพิษทางอากาศซึ่งมีส่วนโดยตรงในการก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ให้ถือว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจากเหตุตามที่กฎหมายกำหนดไว้
ฉ. สถาบันการเงินต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น หากปรากฏว่า ได้ให้กู้ยืมหรือสนับสนุนทางการเงิน หรือให้คำปรึกษาทางการเงินแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ เว้นแต่จะพิสูจน์ให้เข้าเงื่อนไขยกเว้นความรับผิดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ความรับผิดของสถาบันการเงิน ให้จำกัดไม่เกินจำนวนเงินที่พึงจะได้รับจากการให้กู้ยืมหรือสนับสนุนทางการเงิน หรือให้คำปรึกษาทางการเงิน
(2) ความรับผิดทางแพ่งกรณีมลพิษทางอากาศข้ามแดน
ก. ผู้ใดก่อให้เกิดหรือมีส่วนก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศนอกราชอาณาจักรที่แพร่กระจายเข้ามาในราชอาณาจักรจนก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้นั้นต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าเสียหายเพื่อการนั้น รวมทั้งมีหน้าที่ต้องฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับสู่สภาพเดิมหรือใกล้เคียงสภาพเดิม เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามลพิษทางอากาศนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือการกระทำหรือละเว้นการกระทำของบุคคลอื่น
ข. ผู้ก่อให้เกิดหรือมีส่วนก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศให้หมายความถึงผู้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสัญชาติไทย หรือผู้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลต่างด้าว
ค. เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศนอกราชอาณาจักร ให้ถือว่าเป็นผู้ก่อมลพิษทางอากาศและต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจากเหตุที่กฎหมายกำหนดไว้
ง. ในกรณีสถาบันการเงินให้กู้ยืมหรือสนับสนุนทางการเงิน หรือให้คำปรึกษาทางการเงินแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่ตั้งอยู่นอกราชอาณาจักร หากปรากฏว่ามลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดมลพิษดังกล่าวแพร่กระจายเข้ามาในราชอาณาจักรจนก่อให้เกิดความเสียหาย ให้สถาบันการเงินต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย
(3) ภาระการพิสูจน์ สัดส่วนความรับผิด ค่าสินไหมทดแทน และอายุความ
ก. ให้ผู้ได้รับความเสียหายพิสูจน์เพียงว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจมาจากการกระทำของผู้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
ข. ในการพิจารณากำหนดค่าสินไหมทดแทน หรือความรับผิดในการดำเนินการฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ ให้ศาลพิจารณาถึงสถานะของผู้กระทำความผิด สถานะทางเศรษฐกิจ พฤติการณ์ในการกระทำความผิด และความร้ายแรงของการกระทำความผิด
ค. หากศาลเห็นว่า ความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นการกระทำที่ก่อผลกระทบร้ายแรงกว่าปกติ ศาลมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงที่ศาลกำหนดได้ตามที่เห็นสมควร
ง. การใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับความรับผิดทางแพ่ง ต้องกระทำภายใน 3 ปีนับแต่วันที่รู้ถึงความเสียหายและรู้ตัวผู้ที่ต้องรับผิด แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันที่รู้ถึงความเสียหาย

7. หลักการที่สำคัญร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด
(1) หลักการบูรณาการ มีบทบัญญัติที่กำหนดให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนในหลายๆ มาตรา
(2) หลักการกระจายอำนาจ เช่น ให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธานกรรมการคณะกรรมการสะอาดจังหวัดและประธานกรรมการคณะกรรมการสะอาดกรุงเทพมหานคร และให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเจ้าพนักงานอากาศสะอาด
(3) หลักการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน เช่น
ก. มีการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ ชุมชน และภาคเอกชนในการรักษาและฟื้นฟูระบบนิเวศป่า (ร่างมาตรา 107 (6))
ข. ให้คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดประสานการทำงานกับคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัด เพื่อสนับสนุนการดำเนินการป่าชุมชนเพื่ออากาศสะอาด สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ ชุมชน และภาคเอกชนในการดูแลรักษาป่าชุมชนและการฟื้นฟูระบบนิเวศป่า (ร่างมาตรา 108)
(4) จัดให้มีระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ มีการจัดทำฐานข้อมูลการระบายสารมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดต่างๆ เช่น ภาคอุตสาหกรรม ภาคคมนาคม ภาคป่าไม้ ภาคเกษตรกรรม และเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบฐานข้อมูลการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด
(5) การป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก เพื่อป้องกันการฟ้องคดีปิดปากและระงับการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยให้ผู้แจ้งหรือร้องเรียนโดยสุจริตไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง และให้ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายจากหน่วยงานรัฐเมื่อถูกดำเนินคดี (ร่างมาตรา 71)
(6) การใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่ออากาศสะอาด มาใช้เป็นมาตรการเสริมในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในแหล่งกำเนิดมลพิษต่างๆ
(7) หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายโดยใช้มาตรการทางการเงินและเครื่องมือทางเศรษฐกิจ เช่น ภาษีอากาศสะอาด ค่าธรรมเนียมการปล่อยมลพิษ และระบบการซื้อขายสิทธิการปล่อยมลพิษ
(8) นำหลักข้อสันนิษฐานความรับผิดโดยเคร่งครัด มาใช้บังคับ ตามร่าง พ.ร.บ.นี้กำหนดให้ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแม้ไม่จงใจหรือไม่ประมาทเลินเล่อ และกำหนดให้ผู้เสียหายมีภาระการพิสูจน์แต่เพียงว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากการกระทำของผู้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศเท่านั้น โดยไม่ต้องมีภาระการพิสูจน์ว่าความเสียหายดังกล่าวเป็นการกระทำที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างไร
(9) นำหลักค่าเสียหายเชิงลงโทษมาใช้บังคับ ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว
(10) กำหนดโทษจำคุกและโทษปรับที่เป็นโทษทางอาญา และมาตรการปรับเป็นพินัยสำหรับผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติกฎหมาย