กวาดล้างนอมินีเกาะพะงัน ยึดหลักฐาน-โฉนด จับ2ผู้ต้องหา ‘อนุทิน’ สั่งผบ.ตร.จัดการให้สิ้นซาก ‘เฮ้ง’ลุยภูเก็ตทวงคืนพื้นที่หาดนุ้ย
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี, จังหวัดกระบี่, กองกำกับการ 3 ตำรวจภูธรภาค 8, กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8, สภ.เกาะพะงัน และตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นบริษัทต้องสงสัยที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจแบบ”นอมินี” เพื่อสนับสนุนทุนต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย พื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยเจ้าหน้าที่นำหมายค้นที่ 42-51/2569 เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 10 บริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มของสำนักงานที่ปรึกษาทางกฎหมาย สำนักงานบัญชี ที่ตั้งของโรงแรมและบ้านพักตากอากาศ พร้อมตรวจยึดหลักฐานสำคัญ ได้แก่ เอกสารทางทะเบียนบริษัท 815 รายการ คอมพิวเตอร์ 7 ชุด และตราประทับบริษัท 245 อัน เชิญตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องไปสอบปากคำ 13 ราย และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 ราย เป็นหญิงไทย 1 ราย และชายไทย 1 ราย จากการสอบปากคำผู้ต้องหารับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการถือหุ้นส่วนบริษัท แต่ไม่มีการลงทุนจริง รวม 187 บริษัท นอกจากนี้ตรวจสอบการครอบครองที่ดิน 36 แปลง พื้นที่ 51 ไร่ 2 งาน มูลค่ากว่า 150 ล้านบาทของ 24 บริษัท
พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ระบุว่า พบเอกสารและตราประทับจำนวนมาก บ่งชี้ความเป็นไปได้สูงที่บริษัทเหล่านี้เป็นนอมินีเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เตรียมขยายผลการสอบสวนเส้นทางการเงิน เครือข่ายผู้ถือหุ้นต่างชาติทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน สืบสวนพบบริษัทนิติบุคคลทั้งหมด 3,754 ราย มีต่างชาติถือหุ้น 2,381 ราย จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ออกหมายจับอีก 3 รายพร้อมตรวจยึดโฉนดที่ดิน 37 แปลง มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท จากนั้นจะเร่งสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน และตรวจสอบผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง
“ปัญหาที่พบ คือ ใช้นอมินี หรือ ให้คนไทยถือหุ้นแทน เพื่ออำพรางการถือครอง ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึกถึงรูปแบบการถือหุ้นว่าเข้าข่ายการอำพรางหรือไม่ พบลักษณะใช้คนไทยกลุ่มเดิมถือหุ้น เป็นกรรมการในหลายบริษัท สลับกันไปมาจนอาจเข้าข่ายบริษัทม้า หรือ บริษัทนอมินี ชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบว่าบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรู้หรือไม่ว่า การจดทะเบียนดังกล่าวเป็นการช่วยปกปิดอำพรางให้ชาวต่างชาติเข้ามาครอบงำธุรกิจในไทย โดยเฉพาะสำนักงานกฎหมาย ทนายความที่รับดำเนินการจัดตั้งบริษัท ต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานอย่างละเอียด มีการดำเนินคดีแล้ว 2 ราย ” พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าว
วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย เรียกพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าพบโดยพูดคุยนานกว่า 2ชั่วโมง
พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า นายกฯ เรียกมากำชับเรื่องการปราบปรามชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย ทั้งหาดฟรีด้อม จ.ภูเก็ต และ เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นายกฯอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กฎหมายจัดการสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่มีนอมินีต่างชาติ และย้ำว่าต้องจัดการให้สิ้นซาก
ที่จ.ภูเก็ต นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) พร้อมนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต เดินทางตรวจพื้นที่หาดนุ้ย ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต พร้อมกล่าวว่า นายกฯมอบหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด บริเวณหาดนุ้ย ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต ล่าสุด ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อทวงคืนพื้นที่ป่าและจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นไปตามกฎหมาย
“กำชับให้ประกาศรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ภายในพื้นที่เป้าหมายบริเวณหาดนุ้ย ตามมาตรา 25 แห่งพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ และเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกโดยเร็วที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องรอคดีอาญาถึงที่สุด ให้ตรวจสอบหากพบการก่อสร้างเพิ่มเติมจากคดีที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว ให้ตรวจยึด ดำเนินคดีเพิ่มเติม จากนั้นประกาศเป็นเขตป่านันทนาการให้ประชาชน ชุมชนร่วมดูแล ใช้ประโยชน์ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
พ.ต.อ.ปฐพี ศรีชาย ผกก.สภ.กะรน กล่าวว่า ได้ส่งตัว นายปรินทร เรืองรัตนวานิช หรือ”เสี่ยเล็ก” ผู้ต้องหาคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด รวม 4 คดี พื้นที่เสียหายกว่า 10 ไร่ ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดภูเก็ตแล้ว

