คุมตัว คนขับรถไฟ-พนง.ไม้กั้น ฝากขังศาลอาญา คนขับหน้าเครียด สวมแมสก์ ตาแดง ไม่ตอบปมเสพยา

18.05.26 | 11:42 น.
คนขับรถไฟ

ตร. คุมตัว คนขับรถไฟ-พนักงานไม้กั้นรถไฟฝากขังศาลอาญา คนขับรถไฟ หน้าเครียดสวมแมสก์ ตาแดง ไม่ตอบสักคำถาม ขณะที่ พนักงานไม้กั้นรถไฟยกมือ ไหว้รู้สึกผิด ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต ยืนยัน ให้สัญญาณโบกธงและกดปุ่มให้ไม้กั้นลง

 

จากกรณีเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา รถไฟบรรทุกสินค้าที่ 2126 (แหลมฉบัง-บางซื่อ) พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟแยกมักกะสัน ใต้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ถนนอโศก-ดินแดง จนเกิดเพลิงลุกไหม้รุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 8 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 30 ราย

อ่านข่าว ฝากขังคนโบกธง-คนขับรถไฟ พรุ่งนี้ จ่อแจ้งข้อหา ‘เสพยา-ขับเสพ’ คนขับรถไฟ เพิ่มอีก

ต่อมาเมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ สน.มักกะสัน พนักงานสอบสวนได้ทำการนัดหมายและเชิญตัวผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของฝั่งรถไฟ เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพื่อเสริมความรัดกุมในสำนวนคดี ประกอบด้วย นายสยมพร (สงวนนามสกุล) พนักงานขับรถไฟ (พขร.) และนายอุเทน (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมสัญญาณไม้กั้นทางรถไฟในช่วงเวลาเกิดเหตุ โดยภายหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เดินทางไปยังศาลอาญารัชดา เพื่อยื่นคำร้องฝากขังผลัดแรกตามขั้นตอนกฎหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่นิติกรการรถไฟเดินทางไปรอที่ศาลอาญารัชดาอยู่ก่อนแล้ว

นายสยมพร (สงวนนามสกุล) พนักงานขับรถไฟ (พขร.)

ในระหว่างควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายอุเทน เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมสัญญาณไม้กั้นทางรถไฟ ผู้ต้องหารายแรกว่า ขณะเกิดเหตุได้มีการโบกธงและกดปุ่มแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวพยักหน้าเบาๆ แต่เมื่อถูกถามต่อว่า เหตุใดระหว่างโบกธงจึงไม่หันกลับไปมองขบวนรถไฟ และเหตุใดจึงลดธงลงอย่างรวดเร็ว เจ้าตัวไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวแต่อย่างใด

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ระหว่างขึ้นรถควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำว่าอยากกล่าวอะไรหรือขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ โดยนายอุเทนตอบสั้นๆ เพียงว่า “ขอโทษ”

นายอุเทน (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมสัญญาณไม้กั้นทางรถไฟในช่วงเวลาเกิดเหตุ

ขณะที่ผู้ต้องหารายที่ 2 คือนายสยมพร หรือพนักงานขับรถไฟ ผู้สื่อข่าวก็พยายามสอบถามเช่นกันว่า เห็นสัญญาณไฟแจ้งเตือนหรือไม่ อยากขอโทษหรืออยากพูดอะไรกับผู้เสียชีวิตหรือไม่ ก่อนจะมาปฏิบัติหน้าที่ได้เสพอะไรหรือไม่ มีการเบรกกะทันหันหรือไม่ เพราะสิ่งที่ทำเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย แต่เจ้าตัวไม่ปริปากตอบคำถามใดๆ ก้มหน้าตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่า แววตาของนายสยมพร สีหน้าเคร่งเครียด ก่อนรถควบคุมผู้ต้องหาจะออกไปที่ศาลทันที ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน และในชั้นศาลด้วย

ขณะที่ฝั่งพนักงานขับรถเมล์ ขสมก. คือ นายลาพิศ (สงวนนามสกุล) ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกไฟคลอก ปัจจุบันยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ประกอบกับแพทย์ได้ตรวจเลือดในระหว่างการรักษาตัวแล้ว ผลการตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกาย

โดยทางตำรวจระบุว่ายังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในขณะนี้ โดยจะต้องรอให้อาการบาดเจ็บทุเลาลงจนสามารถให้การได้ จึงจะเข้าสอบปากคำ เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหา

ทั้งนี้ คาดว่านายลาพิศจะถูกแจ้งข้อหาเดียวกันกับนายสยมพร ในข้อหา ประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหาย

ต่อมา พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 กล่าวว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนสน.มักกะสัน ได้ดำเนินการแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและทรัพย์สินเสียหาย กับนายลาภิศ ทองบุญ อายุ 56 ปี คนขับรถเมล์สาย 206 แล้ว แต่ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลคามิลเลียน

ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนสน.มักกะสัน ได้แจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดครบ 3 คนแล้ว หลังจากนี้หากแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว จะนำตัวนายลาภิศ ส่งศาลฝากขังต่อไป