จนท.เมียนมากระชับพื้นที่ล่าตัว ‘เปรี้ยว เอิร์น แจ้’ ด้าน ตร.เค้นสอบเจ้าของร้านโอเกะหาเบาะแสเพิ่ม

2.06.17 | 11:13 น.

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ตำรวจประเทศเมียนมายังคงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกค้นหาตัว น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น อายุ 25 ปี และ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว อายุ 24 ปี และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม อายุ 22 ปี สาวร้านคาราโอเกะที่ อ.เขาสวนกลาง จ.ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยจัดชุดกำลังเข้าตรวจค้นตามเป้าหมายที่คาดว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน จะหนีไปกบดานอยู่ตลอดแนวชายแดนจังหวัดท่าขี้เหล็ก ตรงข้ามอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตลอดจนพื้นที่เมืองโก ซึ่งเป็นรอยต่อกับจังหวัดท่าขี้เหล็ก อยู่ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 20 กิโลเมตร หลังเชื่อได้ว่าคนพาหลบหนีมีภรรยาอยู่ในเมืองโกอาจนำผู้ต้องหาทั้งหมดไปหลบซ่อนตัวอยู่ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ก็ยังไร้วี่แววของกลุ่มคนทั้งหมด รวมทั้งบุคคลพาหนีซึ่งเป็นคนไทยซึ่งหนีหมายจับในประเทศแต่ไปทำงานในจังหวัดท่าขี้เหล็ก

ส่วนกรณีการระบุว่ามีการจับกุม 3 สาวได้แล้วเมื่อวานนี้ หลายหน่วยงานยังยืนยันตรงกันว่ายังไม่มีการจับกุมตัวแต่อย่างไรเป็นการเข้าใจผิดกันไปเอง ขณะที่ทางตำรวจเมียนมาควบคุมตัวนายบัณทิต หรือนายศุภเกษม พันพลางกร หรือเก๋ เจ้าของร้านโอโซน สปา แอนด์ คาราโอเกะและเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดสีขาว หมายเลขทะเบียน กพ 2258 เชียงราย ที่ใช้ในการพาหญิงสาวทั้งหมดข้ามชายแดน และนายวัฒนศักดิ์ ศรีวงค์ หรือหนึ่ง ผู้จัดร้านคาราโอเกะ ซึ่งเป็นคนขับรถพาหญิงสาวทั้ง 3 คนข้ามด่าน มาสอบสวน

ล่าสุดได้ปล่อยตัวให้กับตำรวจไทยมาสอบปากคำต่อก่อนที่ตำรวจสืบสวนภาค 4 จะนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาเส้นทางหลบหนีและจุดซ่อนตัวของผู้ต้องหาทั้งหมด รวมถึงการเชื่อมโยงไปถึงคดีฆ่าหั่นศพในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่อาจให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาและเรื่องของการเกี่ยวข้องยาเสพติดหรือไม่ แต่เบื้องต้นทั้งคู่ยังระบุว่าไม่ทราบเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงสถานประกอบที่ทั้งหมดมาขอสมัครอยู่ด้วยเท่านั้น

พ.อ.กิดากร จันทรา ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ในฐานะประธาน ศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่นหรือ TBC ฝ่ายไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของ TBC นั้นเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานงานกับทางเมียนมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามามรถดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาโดยไม่มีอุปสรรค์ ซึ่งการประสานงานกับทางเมียนมาที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือกับทาง TBC ฝ่ายเมียนมา เป็นอย่างดี ทั้งการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดติดตามจับกุม ทำให้ได้ข้อมูลและความคืบหน้าตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เร่งติดตามผู้ต้องหาในคดีนี้ สำหรับการเกี่ยวโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดหรือไม่นั้นยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.เป็นผู้ติดตามเกี่ยวและสืบสวนความเกี่ยวเนื่องกับขบวนการค้ายาเสพติด สำหรับการดำเนินการนั้นทางเจ้าหน้าที่ในท่าขี้เหล็กก็จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้ว่าจะสามารถส่งตัวมาให้กับประเทศไทยได้เลยหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นการกระทบกับความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศเป็นไปได้หากว่ามีการประสานความร่วมมือเพื่อนำมาดำเนินคดีในฝั่งไทยก่อนเช่นกัน สำหรับโทษการหลบหนีเข้าเมืองของประเทศเมียนมา มีระวางโทษจำคุก 6 เดือน

Advertisement