รฟท.แจงเหตุ รถไฟเฉี่ยวชนคน ผู้บาดเจ็บ ปีนข้ามแนวแบริเออร์กั้น ยืนปัสสาวะในพื้นที่ระยะ กระชั้นชิด

19.05.26 | 12:30 น.

รฟท.แจงเหตุ รถไฟเฉี่ยวชนคน ยันผู้บาดเจ็บ ปีนข้ามแนวแบริเออร์กั้น ยืนปัสสาวะในพื้นที่ระยะ กระชั้นชิด

จากกรณีเกิดอุบัติเหตุบริเวณเลียบทางรถไฟมักกะสัน เมื่อผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รายหนึ่ง หลังจอดรถแวะข้างทางเพื่อปัสสาวะ แต่ขณะกำลังเดินข้ามรางกลับมาที่รถ เป็นจังหวะเดียวกับที่ขบวนรถไฟวิ่งผ่านมาพอดี ทำให้ถูกเฉี่ยวชนเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส


ด่วน! รถไฟเฉี่ยวชนคนเจ็บ เลียบทางรถไฟมักกะสัน กู้ชีพเร่งให้การช่วยเหลือ..

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีชายถูกขบวนรถเฉี่ยวชน ยืนยันเกิดจากผู้บาดเจ็บลักลอบฝ่าแนวแบริเออร์รุกเขตทางรถไฟ ตามที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย กรณีขบวนรถชานเมืองที่ 367 (กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา) เฉี่ยวชนบุคคลบริเวณเสาโทรเลขที่ 6/3-4 ระหว่างสถานีมักกะสัน-คลองตัน (ช่วงก่อนเข้าป้ายหยุดรถอโศก) เมื่อเวลา 10.40 น.นั้น

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอเรียนชี้แจงทำความเข้าใจต่อสังคม เพื่อป้องกันการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า “รถไฟวิ่งเข้าไปชนคน” โดยขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดังนี้
รถไฟวิ่งอยู่บนรางตามปกติ โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในการเดินรถ แต่ เหตุการณ์นี้เกิดจากการกระทำโดยประมาทของผู้บาดเจ็บ ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณริมถนน จากนั้นได้ “ปีนข้ามแนวแบริเออร์กั้น” ซึ่งเป็นสิ่งกีดขวางที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างถนนกับเขตทางรถไฟ เพื่อเดินเข้าไปยืนปัสสาวะในพื้นที่ของทางรถไฟในระยะกระชั้นชิด รวมทั้งขบวนรถไฟเปิดหวูดเตือน เมื่อขบวนรถไฟซึ่งเป็นพาหนะขนาดใหญ่และมีระยะเบรกยาววิ่งมาถึง

Advertisement

จึงไม่สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนขึ้น การกระทำดังกล่าวนอกจากจะนำมาซึ่งอันตรายต่อชีวิตของตัวผู้บุกรุกเองแล้ว ยังส่งผลกระทบให้การเดินรถไฟต้องหยุดชะงักและล่าช้ากว่ากำหนดไปถึง 22 นาที สร้างความเดือดร้อนต่อผู้โดยสารส่วนรวมที่ใช้บริการ

การรถไฟแห่งประเทศไทยขอย้ำเตือนประชาชนอีกครั้งว่า พื้นที่เขตทางรถไฟที่มีรั้วหรือแบริเออร์กั้น ถือเป็นพื้นที่อันตรายและหวงห้ามเด็ดขาด ห้ามมิให้ผู้ใดปีนป่าย ลักลอบเข้ามาเดินสัญจร หรือทำธุระส่วนตัวโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวท่านเอง และป้องกันผลกระทบต่อระบบการเดินรถสาธารณะของประเทศ