ชุดสืบสวนขึ้นรถไฟ จำลองสถานการณ์ พิสูจน์ข้อเท็จจริง ระยะมองเห็นธงสัญญาณ ความเร็ว

20.05.26 | 15:19 น.

ชุดสืบสวนขึ้นรถไฟ จำลองสถานการณ์ พิสูจน์ข้อเท็จจริง ระยะมองเห็นธงสัญญาณ ความเร็ว


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 พ.ค.69 พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บก.น.1 ขึ้นรถไฟเพื่อจำลอง สถานการณ์รถไฟชนรถเมล์ โดยขึ้นที่สถานีรถไฟหัวหมาก ภายในหัวลากอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่รถไฟ และเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น และต่อพ่วงด้วยห้องโดยสาร 1 ตู้ เดินทางไปลงที่สถานีอโศก ใกล้จุดเกิดเหตุบริเวณถนนอโศก-ดินแดง ใกล้กับสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ มักกะสัน ระยะทาง 9.2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินรถกว่า 1 ชั่วโมง

การขึ้นจำลองเหตุการณ์ ชุดสืบสวนได้กำหนดประเด็นตรวจสอบระยะการมองเห็น ระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อดูว่า คนขับรถไฟจะสามารถมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณต่างๆ ทั้งธง ไฟสัญญาณ หรือยานพาหนะที่จอดคร่อมราง ในระยะเท่าไร รวมไปถึงระยะการหยุดเบรครถไฟ เพื่อดูว่าพนักงานขับรถไฟใช้ระยะทางเท่าไร ก่อนถึงสถานีหรือซุ้มไม้กั้นถนน การชะลอความเร็วและหยุดรถไฟ รวมทั้งจะสังเกตการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำซุ้มรถไฟว่า จะเริ่มส่งสัญญาณให้พนักงานขับรถในระยะเท่าไร

นอกจากนี้ ก็จะดูความเร็วของรถไฟว่า ใช้ความเร็วเท่าไร ตั้งแต่วิ่งรถ ไปจนถึงการชะลอความเร็วของรถ ก่อนที่จะเบรคหยุดรถไฟ

Advertisement

โดยประเด็นเหล่านี้ ชุดสืบสวนจะรวบรวมเพื่อมาตรวจสอบว่า สอดคล้องกับคำให้การของพนักงานควบคุมไม้กั้น พนักงานขับรถไฟ ช่างเครื่อง และพนักงานรักษารถไฟคันเกิดเหตุหรือไม่ รวมทั้งนำมาเปรียบเทียบกับข้อปฏิบัติของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งการปฏิบัติในส่วนของพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมไม้กั้น โดยจะสังเกตการปฏิบัติตั้งแต่การทำความเร็วรถไฟ การวิทยุสื่อสาร ระยะห่างของรถไฟก่อนที่จะนำไม้กั้นลง รวมทั้งการตีสัญญาณของพนักงานควบคุมไม้กั้น ทั้งสัญญาณไฟและสัญญาณธง

สำหรับการจำลองสถานการณ์ครั้งนี้ ชุดสืบสวนได้แบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็นออกเป็น 2 ชุด ชุดแรก คือ เจ้าหน้าที่สืบสวนที่สังเกตการณ์บนรถไฟ อีกชุดหนึ่ง คือ เจ้าหน้าที่สืบสวนที่สังเกตการณ์ตามซุ้มไม้กั้นรถไฟ

ส่วนขบวนรถไฟที่จะใช้จำลองสถานการณ์ เป็นขบวนรถไฟโดยสารปกติ

ซึ่งจากข้อมูลของการรถไฟแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า ทั้งรถไฟโดยสาร และรถไฟขนส่ง มีระเบียบการปฏิบัติที่เหมือนกัน