สลด! ตร.นำผู้ต้องหาคดีฆ่าฝังโบกปูนเณรวัดดังเมืองคอนทำแผน สารภาพแค้นที่ขโมยเงิน

2.06.17 | 15:43 น.

ผบช.ภาค 8 เตรียมล้างบางมาเฟียศาสนา คุมตัว 2 ใน 3 ผู้ต้องหาฆ่าเณรฝังศพโบกปูนทับ 2 ชั้น อำพรางคดีกลางวัดดังเมืองคอน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 มิถุนายน ที่วัดวังตะวันตก ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พร้อมด้วยคณะทำงาน นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันรุมฆ่า นายศุภโชค เอกเกียรติกุล อายุ 17 ปี หรือสามเณรปลื้ม อยู่วัดวังตะวันตก ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เหตุเกิดเมื่อ 23.00 น. วันที่ 3 มกราคม

โดยผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วยนายเด่นชัย ภูมินิยม หรือพระเด่น อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ 3 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และ นายสุริยา กุศลสุข หรือสามเณรสุริยา อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/2 หมู่ 2 ต.ท่าประจะ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งทั้งสองเป็นพระและสามเณรวัดวังตะวันตก และนางสาวปิยฉัตร อรุณสกุล อายุ 40 ปี หรือบิว เป็นภรรยาของนายเด่นชัย โดยนายเด่นชัย และนายสุริยา ให้การรับสารภาพ ส่วน น.ส.ปิยฉัตร ให้การปฏิเสธ

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือนายเด่นชัย และนายสุริยา ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันใช้ท่อนเหล็กแป๊บและของแข็งริมทุบตีสามเณรปลื้ม จนสลบเหมือดไป 2 ครั้ง ก็รุมตีซ้ำ จนสามเณรกะโหลกศีรษะและใบหน้าแตกและบาดแผลที่แขนทั้งสองข้าง ตาบวมอาการสาหัส นายเด่นชัยหรืออดีตพระเด่น และพวกได้ช่วยกันนำร่างสามเณรปลื้มขึ้นรถกระบะเพื่อจะไปวัดแห่งหนึ่งใน อ.ลานสกา แต่ปรากฏว่าระหว่างทางสามเณรปลื้มเสียชีวิต นายเด่นชัยจึงพาร่างสามเณรปลื้มมาเก็บที่กุฏิหลังหนึ่งภายในวัดวังตะวันตก ก่อนช่วยกันรื้อเรือพนมพระลำหนึ่งบริเวณหน้ากุฏิออกแล้วทำการขุดหลุมบริเวณหน้ากุฏิลึกประมาณ 1.5 เมตร ก่อนห่อศพสามเณรปลื้มด้วยจีวร ผ้านวมและเสื่อลากศพลงไปฝังในหลุมที่ขุดเตรียมเอาไว้ โดยมีการโบกปูนทับศพชั้นหนึ่งก่อนที่จะใช้ดินฝังศพ แล้วโบกพื้นปูนเป็นลานกว้างยาว 4 คูณ 4 เมตร แล้วมีการนำพระพุทธรูปองค์หนึ่งและแจกันธูปเทียนมาวางบนพื้นปูนเพื่ออำพรางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเวลานานกว่า 5 เดือน จนกระทั่งมีญาติของสามเณรปลื้มได้เข้าร้องเรียนกับตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราชและตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ว่าสามเณรปลื้ม ได้สูญหายไปจากวัดวังตะวันตกอย่างผิดปกติ ขอให้ตำรวจช่วยสืบสวนคลี่คลายคดีอยู่นานนับเดือนจึงนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คนดังกล่าว

Advertisement

ต่อมาในเวลา เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโทร ผบช.ภ.8 และพวกได้คุมตัวนายเด่นชัย และ นายสุริยา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณกุฏิไตรอินทสุวรรณ ซึ่งเป็นจุดที่ใช้ท่อนเหล็กแป๊บและของแข็งรุมทุบตีสามเณรปลื้มจนตายและชี้จุดขุดหลุมฝังศพสามเณรปลื้ม บริเวณหน้ากุฏิ พบว่ามีการโบกปูนปิดอำพรางไว้อย่างดีตามคำรับสารภาพ โดยให้ผู้ต้องหาทั้งสองจุดธูปเทียนกราบไหว้ขอขมาศพ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะใช้รถแบ๊กโฮ ทำการขุดแผ่นปูนและขุดดินลึกลงไปประมาณ 1.5 เมตร ใช้เวลาขุดประมาณ 1 ชม. ในที่สุดก็พบร่างสามเณรปลื้มถูกฆ่าฝังดินด้วยการโบกปูนทับอีกชั้นหนึ่ง ศพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณวัดสภาพมีบาดแผลถูกตีที่ศีรษะและใบหน้ามีผ้าจีวรผ้านวมและเสื่อห่มศพอย่างดี

ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนครต้องใช้ความพยายามขุดศพอย่างระมัด กว่าจะยกศพขึ้นมาจากหลุมได้ ก่อนให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 เปิดเผยว่า คดีนี้ตามคำให้การรับสารภาพของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย คือ นายเด่นชัย ซึ่งเพิ่งบวชเป็นพระหลังจากก่อเหตุฆ่าสามเณรปลื้มแล้วไป 20 วัน, นายสุริยา หรือ สามเณรสุริยา ได้ให้การรับสารภาพว่า โกรธแค้นที่สามเณรปลื้มขโมยเงินจำนวนหนึ่งของกลุ่มผู้ต้องหาไป จึงเรียกมาสอบถามแต่สามเณรไม่ยอมรับเลยมีการรุมซ้อมจนสลบไป 2 ครั้ง และเสียชีวิตในที่สุด ก่อนช่วยกันหามศพขุดหลุมฝังบริเวณหน้ากุฏิภายในวัดแล้วโบกปูนปิดทับเป็นลานกว้างและนำพระพุทธรูปมาวางไว้เพื่ออำพรางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และกลุ่มผู้ต้องหาก็ยังอาศัยอยู่ภายในวัดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งมีญาติมาร้องเรียนตำรวจให้ช่วยตามหาสามเณรปลื้มนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องร่วมแก๊งทั้ง 3 ราย และขุดหลุมศพเจอศพสามเณรปลื้มดังกล่าว ส่วน น.ส.ปิยฉัตร หรือ บิว อรุณสกุล อายุ 40 ปี เมียนายเด่นชัย แม้จะยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นว่าร่วมก่อเหตุฆ่าสามเณรปลื้ม

พล.ต.ท.เทศา กล่าวว่า ในชั้นต้นได้สั่งการให้พนักงานสืบสวนสอบสวนเร่งหาพยานหลักฐาน หากพบมีบุคคลที่เกี่ยวเนื่องให้เรียกมาสอบเพิ่ม เชื่อว่ากระบวนการที่เกี่ยวข้องน่าจะมีมากกว่านี้ราว 10 คน ล้วนโยงใยเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจมาเฟียในวัด ซึ่งเป็นชนวนเหตุในการสังหารสามเณรปลื้มในครั้งนี้

“ถึงเวลาที่จะต้องล้างไพ่มาเฟียที่ครอบงำเป็นมารศาสนา ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน ซึ่งจะต้องกวาดล้างออกไปโดยเร็วที่สุด โดยได้สั่งการให้ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ออกติดตามหาข่าวแก๊งขบวนการมาเฟียทั้งหมดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพื่อความสงบสุขของจังหวัดนครศรีธรรมราช”

ต่อข้อถามผู้ต้องหามีคดีอื่นที่เกี่ยวเนื่องด้วยหรือไม่ว่า นายเด่นชัยเคยต้องคดีทำร้ายพระในวัดวังตะวันตกรูปหนึ่งเมื่อ ปี 2558 และมีคดีพยายามฆ่าอีกคดีหนึ่ง ส่วนจะเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายบางอย่างหรือไม่ คงต้องสืบสวนกันอีกครั้ง หากพบก็ต้องดำเนินคดีไปในคราวเดียวกันตัดให้หมดจะได้ล้างวัดให้สะอาดเสียที