ตำรวจไม่เชื่อ แก๊งค้ายาข้ามชาติฆ่าตัดตอน “เปรี้ยว” เผยกบดานกลุ่มรัฐบาลเมียนมาไม่มีอำนาจควบคุม

3.06.17 | 16:32 น.

บช.ภ.4 ร่วมทางการเมียนมาไล่ล่า “น.ส.เปรี้ยว พร้อมพวก” เชื่อว่าไม่มีใครถูกแก๊งยาเสพติดข้ามชาติฆ่าตัดตอน ยังกบดานกับคนกลุ่มหนึ่งที่รัฐบาลเมียนมาไม่มีอำนาจควบคุม ในท่าขี้เหล็ก

เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ภ.4 ยังคงเดินหน้าตามจับ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย อายุ 22 ปี น.ส.กวิตา หรือ เอิร์น ราชดา อายุ 32 ปี และ น.ส.อภิวันท์ หรือ แจ้ สัตยบัณฑิต อายุ 28 ปี กลุ่มผู้ต้องหาอำมหิตที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ ยัดถังฝังดิน น.ส.วริศรา หรือ แอ๋ม กลิ่นจุ้ย อายุ 22 ปี

เหตุเกิดในห้องเลขที่ 4 เอ รีสอร์ตแห่งหนึ่ง บ้านหัวถนน หมู่ 5 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น และในพื้นที่บ้านโนนสง่า หมู่ 9 ต.ตำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เมื่อกลางดึกวันที่ 23 พ.ค. ก่อนพบศพในช่วงสายวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ภ.4 สามารถับกุมนายวศิน หรือนิว นามพรหม อายุ 22 ปี และ น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรหมคุณ อายุ 21 ปี โดยเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสว่าทั้งหมดหลบหนีไปทำงานที่ร้านโอโซนสปาแอนด์คาราโอเกะใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา จึงมีการประสานงานระหว่างสองประเทศก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมาจะรีบตรวจสอบ แต่ทั้งสามคนกลับสามารถหลบหนีได้อีก ซึ่งคาดว่าฆาตกรกลุ่มนี้อาจมีสายสัมพันธ์อันดีกับขบวนการค้ายาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่อง

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 มิ.ย. พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 เปิดเผยในคดี “ฆ่าหั่นศพสาวโอเกะขอนแก่น” ว่า ตำรวจยังคงเร่งติดตามหา น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิร์น และ น.ส.แจ้ ที่หลบหนีไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก ในประเทศเมียนมา โดยประสานกับ ตม.ด่านแม่สาย จ.เชียงราย และทางการประเทศเมียนมาให้ติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสามคน ซึ่งบอเดอร์พาสขออนุญาตเข้ามาในประเทศเมียนมาหมดไปแล้ว 3 วัน จึงกลายเป็นคนหลบหนีเข้าเมือง และเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

ดังนั้นที่มีกระแสข่าวว่าตำรวจ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา สามารถควบคุมตัว น.ส.เปรี้ยว และ น.ส.เอิร์น ได้แล้ว ซึ่งมีการเผยแพร่ในโลกโซเชียนเน็ตเวิร์ค เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ภ.4 จึงได้เข้าไปตรวจสอบ พบว่ายังไม่มีการจับกุมผู้ต้องหาตามที่เป็นข่าวแม้แต่รายเดียว แต่เป็นการเชิญตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการพาผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศมาสอบสวน คือ นายบัณฑิต พันพลางกร หรือ เก๋ เจ้าของร้านโอโซน สปา แอนด์ คาราโอเกะซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ด สีขาว ที่ปรากฎในภาพวงจรปิด ขณะที่พาผู้ต้องหาทั้งสามคนข้ามชายแดน รวมทั้งนายวัฒนศักดิ์ ศรีวงค์ ผู้จัดการร้านคาราโอเกะ ที่ขับรถพาผู้ต้องหาข้ามชายแดนมาสอบถาม ซึ่งให้การเป็นประโยชน์กับทางการไทยอย่างมาก และเจ้าหน้าที่ตำรวจยังเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสามคนยังหลบซ่อนตัวอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตามที่มีกระแสข่าวมาอีกว่าถูกฆ่าตัดตอนจากขบวนการค้าเสพติดข้ามชาติ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

Advertisement

พล.ต.ต.ยรรยง กล่าวเพิ่มเติมว่า การสืบสวนและเช็คประวัติ “น.ส.เปรี้ยว และ น.ส.เอิร์น” เบื้องต้นไม่ได้มีการค้าเกี่ยวกับยาเสพติดข้ามชาติ และมีข่าวว่าสองคนนี้ถูกฆ่าตัดตอนโดยกลุ่มค้ายาเสพติดกลุ่มใหญ่ในประเทศเมียนมา ก็ยังไม่มีปรากฏพบ แล้ว น.ส.แจ้กลับมาเมืองไทยหรือยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เชื่อว่ายังหลบซ่อนตัวโดยหนีไปกับ น.ส.เปรี้ยวและ น.ส เอิร์น ใน จ.ท่าขี้เหล็ก

“ในส่วน น.ส.เปรี้ยว มีการโพสต์เฟซบุ๊กใช้ชีวิตหรูหรา และใช้ของแบรนด์เนม รวมถึงเงินจำนวนมาก ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า น.ส.เปรี้ยวเป็นผู้เก็บเงินจากการค้ายาเสพติดให้กับนายทุนใหญ่ระดับชาติที่ค้ายาเสพติด ในเรื่องนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพิด (ป.ป.ส.) ได้เร่งตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินอยู่” ผบก.สส.ภ.4 กล่าว

ในด้าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ในคดีนี้มีผู้ต้องหา จำนวน 5 คน ที่ได้ร่วมมือก่อคดีฆาตกรรม “น.ส.แอ๋ม” เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยไปที่รีสอร์ตใน จ.ขอนแก่น และนำศพที่หั่นแล้วไปทิ้งใน อ.เขาสวนกวาง กระทั่งวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมาได้พบศพ น.ส.แอ๋ม และตำรวจสืบสวนจับกุม คือ นายวศิน กับ น.ส.เบนซ์ ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำขอนแก่น ส่วน น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิร์น และ น.ส.แจ้ หลบหนีอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาในช่วงนั้นได้ไปในฐานะนักท่องเที่ยว เพราะหมายจับยังไม่ออก ตอนนี้หมายจับออกแล้ว ผู้ต้องหาทั้งสามคนพ้นการขออนุญาตเข้าเมืองหมดไปแล้วเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา จึงเป็นผู้ร้ายหลบหนีข้ามแดนเข้ามาในประเทศเมียนมา

โดยมี นายธวัชชัย อ้อมชมภู (เก้า) อายุ29ปี ชาวปทุมธานี เป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับของศาลจังหวัดศรีสะเกษในข้อกล่าวหาว่าลักลอบค้ายาเสพติด พร้อมเพื่อนคนไทยอีก 2 คน ที่หนีคดีค้ายาเสพติดพื้นที่ปทุมธานี ได้ไปพบผู้ต้องหาสามคนในร้านคาราโอเกะใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาพาหลบหนี เจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่าได้พากันหลบซ่อนตัวอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก และหลบอยู่กับคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่นอกเหนือรัฐบาลเมียนมา อย่างไรก็ตามในวันที่ 5 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตามไล่ล่าผู้ต้องหา น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิร์น และ น.ส.แจ้ จะมีประชุมอีกครั้งที่ บช.ภ.4 พร้อมจัดตั้งชุดกรรมการสืบสวนสอบสวนทรัพย์สินที่ น.ส.เปรี้ยวโพสในเฟสบุ๊ก เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.