เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพว่าทางเจ้าหน้าที่เมียนมา มีคำสั่งให้ปิดร้านโอโซน สปา แอนด์ คาราโอเกะ ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประมาณ 4 กิโลเมตร ไปอย่างไม่มีกำหนด ทำให้ทางร้านมีการล็อคประตูไว้อย่างแน่นหนา โดยไม่อนุญาตให้มีใครผ่านเข้าออกและไม่เปิดให้บริการ หลังถูกระบุว่าเป็นแหล่งที่ให้ที่พักพิงแก่น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น อายุ 25 ปี และ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว อายุ 24 ปี และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ อายุ 28 ปี หลังก่อเหตุฆ่าหั่นศพ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม อายุ 22 ปี สาวร้านคาราโอเกะที่ อ.เขาสวนกลาง จ.ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมาและได้หลบหนีไปจากฝั่งไทย
ส่วนการติดตามตัวทั้ง 3 คนนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่เมียนมา ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก โดยเกะรอยจากร้านคาราโอเกะซึ่งพบว่าทั้งหมดได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม โดยมีชื่อของนายธวัชชัยหรือเก้า อ้อมชมภู อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับในคดียาเสพติดของศาลในประเทศไทยเมื่อปี 2560 เป็นผู้พาหลบหนี ทำให้ทางเจ้าหน้าที่จึงติดตามไปตามเส้นทางที่คาดว่านายเก้าจะพาบุคคลทั้งหมดไปหลบซ่อนตัวอยู่ดยเฉพาะพื้นที่เมืองโก ซึ่งนายเก้าได้ภรรยาอยู่พื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตามจากการติดตามในการออกติดตามนานกว่า 1 สัปดาห์ ยังไม่พบตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และคนนำพา
ทำให้ทางเจ้าหน้าที่เมียนมามีการจัดแผนทั้งการกระจายกำลังออกค้นหาตามหมู่บ้านเป้าหมายและจัดกำลังออกสืบข่าวตามกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ทั้งชนกลุ่มน้อยว้าแดง กองกำลังติดอาวุธมูเซอและกลุ่มของชาวอาข่า แต่ยังไม่มีการระบุชัดว่าจะมีชนกลุ่มน้อยไหนเข้าให้การช่วยเหลือบ้าง เพราะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีส่วนเกี่ยวเนื่องกัน มีแต่เพียงการคาดการณ์ไปเองตามโซเซียลและสื่อต่างๆเท่านั้น โดยพยายามโยงให้เข้ากับขบวนการค้ายาเสพติดและคนนำพาก็มีข้อหาพัวพันกับการค้ายาเสพติดแต่ก็เป็นเพียงผู้ค้ารายย่อยเท่านั้น โดยทางเจ้าหน้าที่เมียนมายังคงให้น้ำหนักไปที่กลุ่มคนที่นำพาข้ามแดนและสนิทสนมกับผู้ต้องหาทั้งหมดแต่ยังไม่จับกุมตัวได้เท่านั้น

