รวบครูต่างชาติ อดีตผู้ช่วยผอ.โรงเรียนนานาชาติ สอนพิเศษน.ร.หญิงวัย15 ก่อนบังคับขืนใจคาบ้านพัก 

1.06.26 | 11:14 น.
ครูต่างชาติ

รวบครูต่างชาติ อดีตผู้ช่วยผอ.โรงเรียนนานาชาติ สอนพิเศษน.ร.หญิงวัย15 ก่อนบังคับขืนใจคาบ้านพัก 

 

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม. พ.ต.ต.ชัยกฤต ทิพย์วงศา สว.กก.1 บก.ปคม. และ ร.ต.อ.เอกกรินทร์ ทองหยด รอง สว.กก.1 บก.ปคม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. จับกุมครูเจมส์ สัญชาติแคนาดา อายุ 68 ปี สืบเนื่องจาก กก.1 บก.ปคม. ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กและเยาวชน

หลังผู้เสียหายและครอบครัวกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่ปลอดภัยจากการที่ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยคดีดังกล่าวมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแล้ว แต่ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาลและหลบหนีระหว่างพิจารณาคดี ทำให้ไม่สามารถนำตัวกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีได้

ตรวจสอบทราบว่า เด็กหญิงผู้เสียหาย อายุ 15 ปี เคยเป็นนักเรียนของโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในพื้นที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยผู้ต้องหาเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ ในโรงเรียนดังกล่าว ต่อมาผู้ปกครองไว้วางใจเห็นว่า ครูเจมส์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นครูที่มีประสบการณ์ สามารถดูแลบุตรตนได้ จึงว่าจ้างให้มาสอนพิเศษให้ที่บ้านเป็นประจำมานานกว่า 3 ปี

จนวันที่ 20 ตุลาคมปีที่ผ่านมา ขณะผู้ต้องหามาสอนตามปกติได้อาศัยจังหวะที่อยู่กับผู้เสียหายตามลำพัง ออกอุบายให้ผู้เสียหายพาเข้าไปในห้องนอน ก่อนลงมือใช้กำลังบังคับขืนใจ ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกศิษย์ ต่อมาผู้เสียหายนำเรื่องที่เกิดขึ้นมาเล่าให้ผู้ปกครองฟัง มารดาจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับครูเจมส์ ที่ สภ.ปากช่อง พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนพบคลิปวิดีโอและภาพถ่ายลามกอนาจารในโทรศัพท์ของผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก

Advertisement

พนักงานสอบสวนจึงยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดสีคิ้ว แต่ผู้ต้องหาได้ใช้สิทธิยื่นคำร้อง ขอปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี จากการสืบสวนติดตามพฤติการณ์ของผู้ต้องหา ภายหลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาล พบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์เตรียมการหลบหนีเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบทราบว่าผู้ต้องหาทยอยนำทรัพย์สินส่วนตัว โดยเฉพาะทองคำ ออกจำหน่ายเพื่อแปลงเป็นเงินสด พร้อมทั้งรวบรวมเงินสดไว้สำหรับใช้ในการหลบหนี วางแผนเดินทางออกจากพื้นที่เดิม โดยเลือกไปกบดานในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อลดโอกาสในการถูกติดตามจับกุม พร้อมพยายามหลีกเลี่ยงการปรากฏตัวในสถานที่ที่เคยพักอาศัย หรือสถานที่ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิด

โดยเข้าไปพักอาศัยอยู่กับชาวต่างชาติรายหนึ่งในพื้นที่ พร้อมอ้างเหตุผลว่าหลบหนีมาเช่าบ้านอยู่ เนื่องจากทะเลาะกับแฟนสาวชาวไทย และต้องการความสงบ เพื่อปกปิดพฤติการณ์ที่แท้จริงของตนเอง ต่อมา พ.ต.ต.ชัยกฤต ติดตามพฤติกรรม และวิเคราะห์เส้นทางการหลบหนีของผู้ต้องหา จนกระทั่งสามารถเข้าจับกุมตัวได้สำเร็จ ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดสีคิ้วเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป