จากกรณี น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น อายุ 25 ปี และ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว อายุ 24 ปี และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม อายุ 22 ปี สาวร้านคาราโอเกะที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น และได้มีการเผยแพร่ภาพระหว่างทั้ง 3 คน ถูกควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการหยอกล้อกับเจ้าหน้าที่ และยังได้นั่งแต่งหน้า ซึ่งเป็นที่วิพากษ์ วิจารณ์ ในโลกออนไลน์
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจดัง แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์ข้อความที่มีบุคคลระบุว่าเป็น #ตำรวจคนนึงที่รักและหวงแหนในศักดิ์ศรีขององค์กรตนเอง ส่งมายังเพจดังกล่าว
ทั้งนี้ มีข้อความระบุว่า ด้วยเรื่องการจับกุมผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ (แก้งค์ น.ส.เปรี้ยว) ผมเห็นว่ามีประชาชนมากมายที่ยังไม่มีความรู้พอในเรื่องของกฎหมายและสิทธิต่างๆ จึงส่งผลให้พวกเขาโกรธแค้นและไม่พอใจ ด่าทอการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ทำให้เกิดการเสื่อมเสียและเข้าใจผิดแก่องค์กรเป็นอย่างมาก
ดังนั้น ผมจึงขออนุญาต ขอร้องควีน ช่วยทำความเข้าใจกับลูกเพจด้วยครับว่า
1.การใช้กุญแจมือหรือเครื่องพันธนาการ
พันธนาการผู้ต้องหา ตามสมควรแก่เหตุ ตามกฎหมาย ป.วิ อาญา ระบุไว้ว่า เจ้าหน้าที่สามารถพันธนาการคนร้ายได้ตามสมควรแก่เหตุ ไม่มากเกินไปหรือไม่น้อยเกินไป เช่น มีตำรวจ 5 นาย ผู้ต้องหา 1 คน จะใส่กุญแจมือด้านหลังก็เพียงพอ หรือหากผู้ต้องหาเป็นผู้หญิงและมีตำรวจตั้ง 5 นาย จะไม่ใส่กุญแจมือก็ได้ การพันธนาการผู้ต้องหาจะต้องสมควรแก่เหตุ หรือหากผู้ต้องหามีจำนวนมากก็เป็นตัวแปรสำคัญที่อาจมีโอกาสเกิดภัยคุกคามได้ “ไม่จำเป็นว่าผู้ต้องหา 1 คน จะต้องมีเจ้าหน้าที่ควบคุม 1 คน ไม่ได้มีกฎหมายระเบียบอะไรกำหนดไว้ แต่โดยหลักควรจะมีตำรวจจำนวนมากกว่าผู้ต้องหา เพราะว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นจะสามารถใช้กำลังควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ถ้าตำรวจน้อยกว่าโอกาสในการเพลี้ยงพล้ำจะสูง มันเป็นหลักปฏิบัตินิยม โดยหลักแล้วควรจะต้องมีจำนวนเจ้าหน้าที่มากกว่าผู้ต้องหา แต่ถ้าจำเป็นและมีจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่พอจริงๆ ก็ต้องพันธนาการให้แน่นหนา ผู้ต้องหา 10 คน ตำรวจ 5 คนจะคุมกันได้อย่างไร”
2.ทำไมผู้ต้องหาถึงอยู่ดี กินดี แต่งหน้าสวยได้
จริงๆ ตอนนั้น เป็นแค่การจับกุมได้ ยังไม่มีการสืบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ซึ่งต้องทำในพื้นที่ คือ จ.ขอนแก่น ดังนั้น สิทธิพวกนี้ยังคงได้รับตามแก่สมควร ซึ่งใครก็มีสิทธิที่จะขอได้
3.ทำไมร่าเริงจัง ไม่สลดกับความผิด เจ้าหน้าที่ก็หัวเราะสนุกด้วย
คือจริงๆ มองอีกด้านคือการใช้จิตวิทยากับผู้ต้องหา ให้ความสนิทด้วย มีอารมณ์ร่วมด้วย เพื่อจะได้ไม่ให้เขาเครียดเกินไปและง่ายต่อการให้ปากคำในขั้นตอนต่อไป
อีกมุม อาจจะหัวเราะเล่นกันตามประสา ซึ่งถามว่าผิดวินัยไหม ก็ไม่ผิด แต่อาจจะไม่ควรเท่าไหร่ในสายตาประชาชน อันนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละคนครับ
ขอบคุณมากครับ
#ตำรวจคนนึงที่รักและหวงแหนในศักดิ์ศรีขององค์กรตนเอง

