“เปรี้ยว”ไหว้ขอขมา ยาย-น้า”แอ๋ม” ปริปาก “หนูขอโทษไม่ได้ตั้งใจ” ยายถามกลับ “ฆ่าทำไม”

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 5 มิ.ย.ที่ภายในป่าท้ายหมู่บ้าน บ.โนนสง่า ม.9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ. 4 พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.จรัสพัฒน์ สุตยสรณาคม รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น หัวหน้าชุดสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ,พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.3 บก.สส.ภ.4 ,พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่นและ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน ได้นำตัว น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว . น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น และน.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพการฆ่าหั่นศพ ยังบริเวณจุดนำศพมาฝัง
ผู้สือข่าวรายงานว่า โดยระหว่างที่รอทำแผนได้มีประชาชนมารอเฝ้าดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้กว่า1,000 คน ซึ่งทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากเห็นหน้าผู้ต้องหาและอยากดูว่าทำไมถึงได้ใจร้ายใจดำได้ขนาดนี้ โดยก่อนจะมาถึงจุดฝังศพที่บ้านโนนสง่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนขึ้นรถตู้มาโดยมีทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยน้ำหวานได้นั่งมาด้วย พร้อมนายตำรวจอีกหลายนาย ได้พาผู้ต้องหาทั้งหมดแวะไป ที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นไปตามที่ผู้ต้องหาให้การว่าก่อนจะนำศพไปฝัง ที่ อ.เขาสวนกวางนั้นได้พยายามขับรถเพื่อวนหาที่ทำลายศพ ตอนแรกตัดสินใจจะนำไปถ่วงน้ำแต่เกรงว่าศพจะลอยขึ้น จึงได้ขับรถต่อก่อนจะไปเรื่อยๆ จนได้เลือกจุดฝังศพบริเวณป่าไผ่ ในป่าท้ายหมู่บ้าน บ.โนนสง่า ม.9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น บ้านโนนสว่างดังกล่าว

 


โดยจุดที่นำศพมาฝังนี้อยู่ห่างจากถนนมิตรภาพประมาณ 8 กิโลเมตร และเป็นจุดค่อนข้างเปลี่ยว ลับตาคน โดยพอมาถึงจุดทำแผนจุดนี้เจ้าหน้าที่ต้องกันให้ประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกไปจากบริเวณก่อน เนื่องจากเกรงจะเกิดเหตุชุลมุนขึ้นมา  ซึ่งจุดนี้มียายของแอ๋มคือนางสำราญ เพียแก่น อายุ 67 ปี มานั่งรออยู่ด้วย พร้อมกับน้าของแอ๋ม คือน.ส.สกุลตลา เพียแก่น มานั่งรอเพื่อดูหน้าผู้ต้องหาอยู่ก่อนแล้ว  หลังจากตำรวจมาพาผู้ต้องหามาถึงจุดเกิดเหตุได้พาทั้ง 3 คน ลงมาจากรถตู้และพาขึ้นรถ ฮอนด้าซีอาร์วี ที่ใช้ก่อเหตุ และขับตามมา ก่อนจะให้ทั้งหมดขึ้นไปนั่งเพื่อจำลองเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุว่านำศพมาแล้วเอาไปทำอะไรบ้าง จากนั้นค่อยเดินไปดูหลุมที่มีร่องรอยอยู่หลังจากเจ้าหน้าที่มาพบศพและขุดเอาถังใส่น้ำที่บรรจุศพ ของน.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย ที่ถูกหั่นออกเป็นสองส่วนและขึ้นอืดเน่าเหม็น โดยมีคนมาพบเห็นเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ออกไปแล้ว โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที ในการทำแผน

ก่อนที่จะพาทั้ง 3 คน เดินไปก้มกราบยายและน้าของแอ๋มที่นั่งรออยู่ โดยตลอดเวลาที่เปรี้ยวเดินไปหายายและน้าของแอ๋มนั้น เปรี้ยวพูดว่าหนูขอโทษหนูไม่ได้ตั้งใจ และมีเสียงของยายและน้าแอ๋มถามว่า ทำทำไม ฆ่าทำไม ดังออกมาด้วย ท่ามกลางเสียงประชาชนที่เฝ้าดูอยู่โห่ไล่ตลอดเวลา จากนั้นตำรวจได้นำตัวทั้ง 3 คน ออกมาเพื่อเดินทางต่อไปยัง สภ.เขาสวนกวาง เพื่อนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพราะหลังจากทำแผนนั้นทั้ง 3 คนได้ให้การเพิ่มเติม ซึ่งบางส่วนขัดกับคำให้การของนายวศิน นามพรม ผู้ต้องหาที่ร่วมมือกันก่อเหตุก่อนหน้านี้ ซึ่งมีจุดเพิ่มเติมคือจุดที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้พาไปชี้จุดที่ได้พากันนำผู้ตายขึ้นรถไปวนหาสถานที่เพื่อฝังทำลายหลักฐาน และได้โยนเลื่อยที่ใช้ในการหั่นศพ โยนทิ้งไป แต่เมื่อได้โยนเลื่อยทิ้งไปแล้วสถานที่ ที่วนไปนั้นส่วนใหญ่เป็นไร่อ้อยที่พึ่งปลุกใหม่ อ้อยจึงยังมีลำต้นที่ไม่สูง ผู้ต้องหาเกรงว่าจะมีผู้มาพบเห็นโดยง่ายจึงได้ตัดสินใจนำผู้ตายไปฝังยังป่าท้ายหมู่บ้าน บ.โนนสง่า ม.9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ดังกล่าว

นางสาวสกุลตลา เพียนแก่น น้าสาวของนางสารวริศรา กล่าวว่า พอใจการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ต้องการอยากจะถามผู้ต้องหาว่าทำไมถึงทำรุนแรงกันขนาดนี้ และต้องการให้ผู้ต้องหาพูดความจริง
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับการทำแผนบริเวณจุดฝังศพเป็นจุดสุดท้าย หลังจากก่อนหน้านี้ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง3 คนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คือบริเวณรีสอร์ทซึ่งเป็นจุดชำแหละศพ จุดซื้ออุปกรณ์อำพรางศพและจุดรับผู้ตายมาขึ้นรถระหว่างการทำแผนแต่ละจุด มีตำรวจ ชุดควบคุมฝูงชน ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 3 กองร้อยมาดูแลความปลอดภัยเนื่องจากแต่ละจุดมีประชาชนมารอดูการ ทำแผนเป็นจำนวนมาก

ภายหลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และสอบปากคำเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะควบคุมตัวทั้ง 3 ฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นโดยในชั้นพนักงานสอบสวนตำรวจคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรงจึงไม่อนุญาตให้ประกันตัว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สสว. ร่วมกับหอการค้าไทย สร้างความเข้มแข็งผู้ประกอบการรุ่นใหม่ พร้อมก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0
บทความถัดไปคณะวิทย์ มช.นำผลงานเจลลี่ดริ๊งเรืองแสง โชว์งานมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา