CIB-อย. บุกโกดังอาหารเสริม-เครื่องสำอาง ยึด แมกนีเซียม สวมเลขอย.ปลอม ขายออนไลน์

5.06.26 | 11:02 น.

CIB-อย. บุกโกดังอาหารเสริม-เครื่องสำอาง ยึด แมกนีเซียม สวมเลขอย.ปลอม ขายออนไลน์

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.สุรสีห์ คงทัพ สว.กก.4 บก.ปคบ ร่วมกับภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปฏิบัติการทลายโกดังกระจายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ในพื้นที่เขตลาดกระบัง กทม.

สืบเนื่องจาก กก.4 บก.ปคบ. ขยายผลจากการเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อ VTEAY MAGNESIUM GLYCINATE + ZINC มีการนำเลขสารบบอาหาร (อย.) ของผลิตภัณฑ์อื่นมาแสดงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้บริโภคหลงเชื่อ ซึ่ง อย. ออกข่าวเตือนผู้บริโภคแล้ว จากการสืบสวนพบสถานที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ อย.นำหมาย เข้าตรวจค้นโกดังดังกล่าวและตรวจยึดของกลาง ดังนี้

1.ผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ VTEAY MAGNESIUM GLYCINATE + ZINC จำนวน 1,127 ชิ้น

2.ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่มีเลขจดแจ้ง ไม่มีฉลากภาษาไทยและแสดงฉลากไม่ครบถ้วนถูกต้อง เช่น
ครีมนวดผม ยาสีฟัน แผ่นมาส์กหน้า ครีมทามือ จำนวน 13,438 ชิ้น

Advertisement

3.ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ ยี่ห้อ VTEAY POMEGRANATE GLUTA จำนวน 329 ชิ้น
รวมตรวจยึดของกลาง รวมจำนวน 14,894 ชิ้น มูลค่ากว่า 2,000,000 บาท

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่าจากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า โกดังสินค้าดังกล่าวผู้เช่าเป็นชาวจีน ทำการโฆษณาจำหน่ายสินค้าปลอมผ่านแฟลตฟอร์มออนไลน์ โดยลักลอบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และนำมาจัดเก็บที่โกดังเก็บสินค้าดังกล่าว เพื่อรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศไทย เมื่อมีการสั่งซื้อจะทำการบรรจุลงกล่องส่งให้ลูกค้า มียอดขายประมาณวันละ 3,000 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 1 ปี

อนึ่งจากการตรวจสอบฉลากของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร VTEAY MAGNESIUM GLYCINATE + ZINC เบื้องต้น พบฉลากระบุปริมาณแมกนีเซียม (Magnesium) 600 มิลลิกรัม ซึ่งเกินกว่าปริมาณสูงสุดที่ให้ใช้ตามคำแนะนำให้บริโภค 1 วันคือ 350 มิลลิกรัม ดังนั้นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นยา ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม

1.พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510

  • ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • ฐาน “ขายยาไม่มีทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือ
    ทั้งจำทั้งปรับ

2. พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558

  • ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
  • ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562

  • ฐานขาย “ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ฐาน “ไม่มีใบอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ด้าน ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอขอบคุณตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ที่สืบสวนขยายผลสืบหาแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย จนสามารถตรวจยึดของกลางที่ผิดกฎหมายได้จำนวนมาก และขอเรียนว่า อย. ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังและจัดการปัญหาการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยกรณีนี้เริ่มจากการตรวจพบการแสดงเลข อย. ของผลิตภัณฑ์อื่นบนสื่อโฆษณาออนไลน์ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดและหลงเชื่อซื้อสินค้า จึงได้ประสานความร่วมมือกับตำรวจ บก. ปคบ. สืบสวนขยายผลจนสามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังพบว่า ร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการปลอมเอกสารการได้รับอนุญาตผลิตภัณฑ์ และนำมาใช้เปิดร้านค้าทางการ (Official Store) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จึงได้ประสานแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ปิดร้านค้าที่เกี่ยวข้องแล้ว

ขอแนะนำผู้บริโภคไม่ควรพิจารณาเฉพาะการแสดงเลข อย. บนสื่อโฆษณา แต่ควรตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตทุกครั้งผ่าน www.fda.moph.go.th หรือผ่าน Line : @FDAThai หรือทางแอปพลิเคชันหมอพร้อม หากสั่งซื้อแล้วได้รับสินค้าที่ฉลากไม่แสดงเป็นภาษาไทย ไม่มีเลข อย. หรือข้อมูลไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต ขออย่าได้ทดลองใช้หรือบริโภค และแนะนำให้ ส่งคืนสินค้า” ผ่านระบบของแพลตฟอร์มเพื่อขอรับเงินคืน ทั้งนี้ ขอให้รวบรวมข้อมูลชื่อ-ที่อยู่ของสถานที่จัดส่งและรับคืนสินค้า และแจ้งเบาะแสมายัง สายด่วน อย. 1556 Line: @FDAThai Email: [email protected] หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดำเนินการขยายผล สืบหาแหล่งจัดเก็บ แหล่งจำหน่าย และดำเนินตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุดต่อไป