ผบก.น.5 ยัน พร้อมตรวจสอบ ปมสร้อยข้อมือหนัก 3 บาท ชี้เหตุ ป.ป.ส.ส่งคืน เพราะเป็นทองคำปลอม  

5.06.26 | 18:54 น.

ผบก.น.5 ยัน พร้อมตรวจสอบ ปมสร้อยข้อมือหนัก 3 บาท ชี้เหตุ ป.ป.ส.ส่งคืน เพราะเป็นทองคำปลอม  

วันที่ 5 มิ.ย.69 จากกรณีที่ นางสาวมะนาว ร้องขอความเป็นธรรม หลังจาก ”บังอ้วน“ สามีถูกตำรวจชุดสืบสวน สน.คลองตัน บุกจับกุมตัวถึงห้องพัก และยังได้ยึดทรัพย์สินไปหลายรายการ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้มีการส่งคืนสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 3 บาท เพราะเป็นทรัพย์สินที่ตรวจสอบแล้วว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของ แต่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ได้แจ้งว่า สร้อยข้อมือเส้นดังกล่าวนั้นเป็นทองปลอม

นางสาวมะนาว รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล และคาดว่าอาจจะถูกใครสักคนแอบสลับระหว่างทองจริงและทองปลอม เพราะสร้อยข้อมือที่ได้รับคืนนั้น เป็นคนละเส้นกับที่เคยถูกยึดไป ร้านทองก็ไม่เหมือนกัน  น้ำหนักก็ต่างกัน ยืนยันหนักแน่นว่า ทองเส้นที่ถูกยึดไปก่อนหน้านี้ เป็นทองแท้แน่นอน มีหลักฐานใบไถ่ถอนโรงจำนำ และไม่ได้มีส่วนไปยุ่งเกี่ยวกับของกลาง เพราะอยู่ในการควบคุมของตำรวจ ที่มาร้องเรียนไม่ได้ต้องการจะไปกล่าวหาใคร แต่อยากให้ตรวจสอบว่า ทำไมสร้อยข้อมือทองคำแท้ จึงกลายเป็นของปลอมไปได้ ถ้าเป็นทองปลอมตั้งแต่แรกตนเองจะมาต่อสู้เรียกร้องขอคืนเพื่ออะไร จึงอยากให้ผู้บังคับบัญชาใน บก.น.5 ให้ความเป็นธรรมพิสูจน์ความจริงกับกรณีที่เกิดขึ้น

วันที่ 5 มิ.ย.69 ด้านพลตำรวจตรี วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) ได้เดินทางมาสอบปากคำนางสาวมะนาว ด้วยตนเอง และเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในตอนนี้ได้มีการนัดหมายให้ผู้เสียหายเข้ามาให้ปากคำถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พอจะมีข้อมูลบางส่วนอยู่บ้างแล้ว แต่ในประเด็นที่จะต้องสอบปากคำเพิ่มเติมในวันนี้ ก็จะมุ่งประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของที่มาและที่ไปของสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 3 บาท และข้อสงสัยต่างๆ

แม้ว่าขณะนี้ผู้เสียหายจะยืนยันชัดเจนว่า ตนเองมีหลักฐานถูกต้อง ดังนั้นในส่วนของสร้อยข้อมือทองคำที่ถูกสงสัยว่า อาจจะเป็นคนละเส้นกับที่ถูกตรวจยึดมาในตอนแรก กับเส้นที่ได้รับคืนมานั้น ก็จะต้องตรวจสอบทั้งหมด ข้อเท็จจริงโดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า จะเร่งรัดในการตรวจสอบและไขข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

Advertisement

รวมทั้งเรื่องของขั้นตอนในการตรวจยึดทรัพย์สิน ลำดับแรกก็เริ่มจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้มีการรวบรวมทรัพย์สินที่ถูกยึดมาได้ทั้งหมดไปให้กับพนักงานสอบสวน ก่อนจะดำเนินการส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.แล้ว ลำดับสุดท้ายจึงส่งมอบคืนให้กับผู้เสียหาย

ส่วนสาเหตุที่ ป.ป.ส. มีการคืนทรัพย์สินในครั้งนี้ เท่าที่ทราบเบื้องต้นเป็นสาเหตุมาเพราะว่า สร้อยข้อมือเส้นดังกล่าวเป็นของปลอม แต่ในส่วนของสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาทนั้น ยังคงต้องตรวจยึดเอาไว้เพื่อทำการตรวจสอบ ว่าได้มาจากการกระทำความผิดของบังอ้วนใช่หรือไม่ เนื่องจากพบว่าเป็นของปลอม ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ที่คืน อย่างเช่น นาฬิกาจำนวน 12 เรือน ที่ได้ส่งคืนให้กับผู้ต้องหาในชั้นพนักงานสอบสวน เป็นเพราะทราบว่านาฬิกาดังกล่าวเป็นของปลอม

และในส่วนของเรื่องเงินที่เข้ามาเกี่ยวข้องหลักแสนบาท ประเด็นนั้นยังคงต้องตรวจสอบก่อน ยืนยันว่าการคืนทรัพย์สินในก่อนหน้านี้ เป็นการคืนเนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นของปลอม และไม่ได้เกี่ยวข้องกับว่าเป็นทรัพย์สินของใครคนใดคนหนึ่ง ในตัวของผู้ต้องหาในส่วนของขั้นตอนการตรวจยึดทรัพย์สินระหว่างการจับกุมบังอ้วน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยืนยันว่าได้ตรวจยึดมาจากตัวของบังอ้วน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในขณะนั้น ยืนยันว่า ทั้งสร้อยคอทองคำ และสร้อยข้อมือทองคำนั้น ได้มาจากตัวของบังอ้วนเพียงคนเดียว