ตำรวจสอบสวนกลาง รวบม้ากดเงิน เชิดเงินล้านหนีแก๊งคอลเซ็นเตอร์

7.06.26 | 09:12 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง รวบม้ากดเงิน เชิดเงินล้านหนีแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์
บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุเทพ โตอิ้ม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ศิษฎ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.พัฒษพงศ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดย พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ต.ปองธรรม ปองไป ปรก.สว.กก.3 บก.ป.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย

1.น.ส.รุ่งทิวา (ดิว) อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 457/2569 ลง 14 พฤษภาคม 2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตและโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” สถานที่จับกุม บริเวณห้องเช่า ซอยประปา 2 ถนนสุขุมวิท ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง

2.นายอนุรักษ์ฯ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 456/2569 ลง 14 พฤษภาคม 2569 “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตและโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้าน หมู่ 6 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

​ของกลาง 1.โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อสั่งการ และชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และ 2.โทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy A50 ที่ใช้ติดต่อสั่งการ และชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ

​พฤติการณ์ สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวง อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและการฟอกเงิน พร้อมข่มขู่ให้โอนเงินมาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินรวม 2 ล้านบาท ก่อนจะไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้ จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องที่ทำหน้าที่รับโอนเงินในลำดับแรก

Advertisement

จากการสืบสวนขยายผล นายอนุรักษ์ ถูกชวนเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานปฏิบัติการใน สปป.ลาว พร้อมตกลงรับค่าจ้างร้อยละ 2 ของยอดเงินที่ถอนออกมา จากนั้นนายอนุรักษ์ได้ชักชวน น.ส.รุ่งทิวา หรือ “ดิว” เข้าร่วมขบวนการ ทำหน้าที่เดินทางไปถอนเงินสดจากธนาคาร ภายหลังผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 2 ล้านบาท แก๊งได้แบ่งเงินเข้าบัญชีของนายอนุรักษ์และ น.ส.รุ่งทิวา คนละ 1 ล้านบาท โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที น.ส.รุ่งทิวาได้เดินทางไปถอนเงินสดออกจากธนาคารทันที ส่วนเงินอีก 1 ล้านบาทก็ถูกถอนออกโดยผู้ร่วมขบวนการเช่นกัน ซึ่งการปฏิบัติงานในครั้งนี้ทั้งสองจะได้รับค่าจ้างและค่าความรวดเร็วรวมประมาณ 20,000 บาท หลังถอนเงินสดได้เกือบ 2 ล้านบาท น.ส.รุ่งทิวากลับไม่นำเงินจำนวน 1 ล้านบาทไปส่งมอบให้เครือข่ายตามที่ตกลงไว้ แต่ปิดโทรศัพท์และหลบหนีไป โดยไปกบดานในพื้นที่จังหวัดนครพนม ก่อนจะย้ายไปซ่อนตัวที่จังหวัดระยอง

เมื่อเครือข่ายฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งคอยสังเกตการณ์อยู่บริเวณธนาคาร ทราบว่าเงินถูกเชิดหนี จึงเข้าควบคุมตัวนายอนุรักษ์ซึ่งยังอยู่ในพื้นที่ พร้อมยึดเงินสดจำนวน 994,100 บาท ก่อนบังคับขึ้นรถยนต์พาข้ามพรมแดนบริเวณจังหวัดมุกดาหารไปยังแขวงสะหวันนะเขต เพื่อใช้เป็นตัวประกันกดดันให้ น.ส.รุ่งทิวานำเงินมาคืน กระทั่งภายหลังมีผู้เข้ามาช่วยเจรจา นายอนุรักษ์จึงได้รับการปล่อยตัว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้เปิดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดมุกดาหาร สามารถจับกุม น.ส.รุ่งทิวา และนายอนุรักษ์ ได้สำเร็จ จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่าเคยทำหน้าที่รับโอนและถอนเงินให้กับเครือข่ายดังกล่าวมาแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​ สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อผลตอบแทนเพียงหลักหมื่นจากการขายบัญชีม้าหรือรับจ้างกดเงิน เพราะเงินเหล่านั้นคือทรัพย์สินและหยาดเหงื่อของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงมา การกระทำดังกล่าวไม่ใช่เพียงการรับจ้าง แต่เป็นการร่วมสนับสนุนขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ที่สร้างความสูญเสียให้คนไทยจำนวนมาก ผู้กระทำผิดมีโทษตามกฎหมาย เสี่ยงทั้งติดคุก เสียอนาคต และอาจได้รับอันตรายจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ขอความร่วมมือทุกคนร่วมกันปฏิเสธการขายบัญชีม้าและแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน CIB 1195 หรือสายด่วนภัยออนไลน์ 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง