เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 5 มิ.ย.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายแล้วข่มขืนยายวัย 70 ปี ไว้ได้ เหตุเกิดภายในซอยกอไผ่ พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้นางชม(นามสมมุติ) อายุ 70 ปี ซึ่งมีบาดแผลถูกแทงที่หน้าอกด้านซ้ายมีเลือดไหลนอง โดยมีพลเมืองดีกว่า 10 คนควบคุมตัวนายสมัย ชัยสิทธิ์ อายุ 30 ปี รปภ. ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพร้อมของกลางเป็นอาวุธมีดยาวประมาณ 30 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบถามนางชม(นามสุมมุติ) ทราบว่า ในขณะที่ยายนอนอยู่ภายในกระต๊อบคนเดียวได้มีคนร้านเข้ามาเอามีดจี้ที่หน้าอกแล้วบังคับข่มขืน หากต่อสู้จะใช้มีดแทงให้ตาย ก่อนจะข่มขืนยายจนสำเร็จความใคร่ แต่ยายก็พยายามต่อสู้ขัดขืนทำให้คนร้ายใช้มีดแทงเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายก็ได้หลบหนีออกไป ยายจึงเดินพาร่างอันโชกเลือดมาขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีช่วยเหลือ
ด้านนายธนาศักดิ์ คนชม อายุ 34 ปีพลเมืองดี เล่าว่า ขณะที่ตนเองขายของอยู่นั้นสังเกตเห็นยายเดินโซซัดโซเซมาด้วยอาการได้รับบาดเจ็บมีเลือดไหลอาบตัว พร้อมร้องขอความช่วยเหลือว่าถูกทำร้ายร่างกายแล้วข่มขืน และบอกลักษณะรูปพรรณสัณฐานคนร้าย ตนเองจึงรีบเรียกสมัครพรรคพวกที่ขายของอยู่ในละแวกเดียวกันออกติดตามตัวผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งเห็นคนร้ายเดินลอยหน้าลอยตาตีเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ริมถนน จึงรีบจับตัวมาให้ยายชี้ตัวและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

เบื้องต้นนายสมัย ชัยสิทธิ์ (ผู้ก่อเหตุ) ให้การปฏิเสธ อ้างว่าตนเองไม่รู้เรื่องอะไรส่วนผู้ก่อเหตุนั้นเป็นเพื่อนที่เป็นรปภ.ด้วยกันแต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อจึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนยังสถานีตำรวจเมืองพัทยาเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป
ด้านความคืบหน้า ที่โรงพยาบาลบางละมุง นางสุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยคณะเหล่ากาชาดจังหวัด นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง และกิ่งกาดชาดอำเภอบางละมุง เข้าเยี่ยมอาการของคุณยายชม วัย 70 ปี โดยเข้าเยี่ยมและถามอาการพร้อมกำชับให้ทาง รพ.อำนวยความสะดวกและดูแลรักษา ยายชม พร้อมฟื้นฟูสภาพจิตใจ ซึ่งในเบื้องต้นทางคณะได้ทำการมอบกระเช้าและเงินจำนวนหนึ่งให้กับคุณยายเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น ส่วนอาการล่าสุดคุณยายยังต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล และอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

