ทลายเครือข่ายหลอกลงทุนขายแบรนด์เนมปลอม รวบ 2 หัวโจก รับคำสั่งจากนายทุนชาวจีน!

8.06.26 | 14:13 น.

“ปอท.ทลายเครือข่ายหลอกลงทุนขายแบรนด์เนมปลอม รวบ 2 หัวโจก หลอกเหยื่อสร้างเครดิตร้าน พบทำหน้าที่สั่งหาบัญชีม้า ติดต่อรับคำสั่งจากนายทุนชาวจีน คุมบัญชีม้า-สั่งกดเงิน”

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. สั่งการให้ พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.หญิง ภาพิมล ชัยขันธ์ รอง ผกก.ช่วยราชการ กก.3 บก.ปอท. และ พ.ต.ท.ปกฉัตร สงวนแวว สว.กก.3 บก.ปอท. ร่วมกันจับกุมนายภาคิน หรือ “ไล้” อายุ 43 ปี และ น.ส.ทิพวรรณ หรือ “มีนา” อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 3152-3153/2569 ลงวันที่ 4 มิ.ย. 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “เคลียร์ตู้ ถุงแบรนด์เนมแท้” โดยคนร้ายได้ส่งลิงก์ให้เข้าร่วมกลุ่มในแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งอ้างว่าเป็นกลุ่มซื้อขายสินค้าออนไลน์ ก่อนชักชวนให้ร่วมทำกิจกรรมสร้างเครดิตหน้าร้าน ด้วยการโอนเงินตามยอดที่กำหนด

ช่วงแรกผู้เสียหายสามารถรับผลตอบแทนได้จริง ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ แต่ภายหลังคนร้ายได้หลอกให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า กระทั่งผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินคืนได้และรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. หลังจากรับเรื่อง เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามเส้นทางการเงินอย่างละเอียด จนพบความเชื่อมโยงไปถึง นายนิวัฒน์ ผู้ต้องหา ซึ่งทำหน้าที่ถอนเงินสดจากบัญชีม้า รวมถึงจัดหาบัญชีม้าให้กับขบวนการ โดยมีพฤติกรรมโพสต์หาผู้เปิดบัญชีธนาคารผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนพาไปเปิดบัญชี และกดถอนเงิน แลกกับค่าจ้างครั้งละประมาณ 5,000 บาท จึงเข้าจับกุมตัวนายนิวัฒน์ไปแล้ว พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งโทรศัพท์มือถือ บัตรกดเงินสด และเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์หลายรายการ ก่อนขยายผลจนพบผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม

จากการสืบสวนพบว่า นายภาคิน และ น.ส.ทิพวรรณ มีบทบาทสำคัญในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ คอยสั่งการให้จัดหาบัญชีม้าและสั่งกดถอนเงิน อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางติดต่อประสานงานกับชายชาวจีน ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวการสำคัญของขบวนการและเป็นผู้รับผลประโยชน์หลักจากการก่อเหตุ

Advertisement

นอกจากนี้ ยังพบประวัติว่า นายภาคิน เคยต้องโทษในคดีอาญาฐานทำร้ายร่างกาย และความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง มาแล้วด้วย สอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ โดยเฉพาะผู้บงการชาวจีนที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายหลอกลวงดังกล่าวต่อไป