DSI เรียก 6 โรงกลั่น รับทราบข้อหา ปกปิดข้อมูลใบกำกับส่งน้ำมัน วันแรกมี ไทยออยล์ พบพงส.บริษัทเดียว

11.06.26 | 15:31 น.

โฆษกดีเอสไอเผย บ.ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)“ 1 ใน 6 โรงกลั่น ส่งทนายขอรับทราบข้อหา DSI แทนกรรมการบริหารตัวจริง ความผิดฐานขนส่ง – ปกปิดข้อมูลใบกำกับขนส่งน้ำมันทางเรือ 166 ฉบับ ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานกำหนด

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน จากกรณีที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีมติออกหมายเรียกดำเนินคดีแก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือ 6 โรงกลั่นของประเทศไทย ให้ทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย.69 ความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 กรณีใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง 166 ฉบับ ไม่มีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 8 ข้อสำคัญ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า สำหรับการออกหมายเรียกผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือ 6 โรงกลั่น ให้ทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ มีผลเบื้องต้นดังนี้ วันที่ 11 มิ.ย.69 ตนได้รับทราบจากหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่า หมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหามีทั้งหมด 6 ราย โดยกำหนดให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 11-12 มิ.ย.69 ในช่วงเวลา 10.00 น. ปรากฏว่าในวันนี้มีเพียง 1 ราย ที่เข้าพบพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นทนายความของบริษัทฯ เข้ายื่นหนังสือแจ้งว่ามาขอรับทราบข้อกล่าวหาแทน อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสอบสวนได้พิจารณาแล้วเห็นว่ากระบวนการในการรับทราบข้อกล่าวหาเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่สามารถรับทราบข้อกล่าวหาอาญาแทนกันได้ จึงได้มีหนังสือให้ผู้แทนรับทราบ และให้ไปแจ้งกับผู้มีอำนาจตามหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาภายในสิ้นเดือน มิ.ย.69 ทั้งนี้ ส่วนผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่เหลืออีก 5 ราย ยังคงมีเวลาในการเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 12 มิ.ย.69

พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยถึงพฤติการณ์ที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือ 6 โรงกลั่นถูกแจ้งดำเนินคดีรับทราบข้อกล่าวหา เนื่องมาจากมีการดำเนินการในส่วนของใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามกฎหมาย จำนวน 166 ฉบับ ส่วนหากทางโรงกลั่นจะชี้แจงอย่างไร ก็เป็นสิทธิที่จะชี้แจงได้ว่าเหตุใดจึงไม่มีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ส่วนข้อสังเกตว่าหากไม่มีการกรอกข้อมูลในใบเอกสารกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้ครบทั้ง 8 ข้อ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานฯ ก็อาจจะส่อมีการไปเวียนใช้เอกสารในการกระทำความผิดกักตุนน้ำมันนั้น ก็ถือเป็นประเด็นหนึ่งที่คณะพนักงานสอบสวนมองว่าเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน และยังเป็นเหตุผลอีกประการหนึ่งที่ทำให้ดีเอสไอรับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษด้วย

พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนคดีพิเศษที่ 66/2569 กรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ถูกแจ้งข้อกล่าวหาปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อนหน้านี้ทางกรรมการของบริษัทฯ ได้มีการเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย.69 โดยได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และประสงค์จะขอชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสิ้นเดือน มิ.ย.69 ซึ่งจะเป็นการชี้แจงทั้งประเด็นของการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง และประเด็นการนำเอาบุคคลอื่นมาเป็นกรรมการบริษัทบริหารกิจการค้าน้ำมันแทนตนด้วย ส่วนในทุกประเด็นการสอบสวนของดีเอสไอกรณีตรวจสอบการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 8 คดี ไม่ว่าจะเป็นการสอบสวนประเด็นของคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี , ประเด็นของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง, ประเด็นของ 6 โรงกลั่นที่ไม่กรอกข้อมูลในใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้ครบถ้วน และประเด็นของบริษัทเรือ เที่ยวเรือที่ไปเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอาจมีการประวิงเวลาหรือลอยลำนั้น ปัจจุบันก็ยังยังคงดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องเที่ยวเรือ เราก็ได้มีการประสานข้อมูลกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) อยู่เรื่อย ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเมื่อทาง ศรชล. ส่งข้อมูลมาให้เรา เราก็จะนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้วิเคราะห์ เพื่อวางแผนในการสืบสวนขยายผล ทั้งนี้ ในวันที่ 12 มิ.ย.69 เวลาประมาณ 13.00 น. ที่ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ก็ได้มีการเรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนสำหรับติดตามรายงานความคืบหน้าทั้งหมด เพื่อจะได้มีข้อสั่งการต่อไป โดยเน้นย้ำว่ามติของคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) ได้เน้นย้ำให้เราตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 จึงทำให้คดีที่ดีเอสไอดำเนินการสอบสวนอยู่นั้นมักจะเกี่ยวข้องกับผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่

Advertisement

พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยอีกว่า ส่วนกรณีที่มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานตามมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยตามที่ได้ปรากฏเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งนำไปสู่ภาวะการขาดแคนน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ หรือคณะกรรมการที่ตรวจสอบเรื่องช่องโหว่คดีการกักตุนน้ำมัน ว่า สำหรับคณะกรรมการดังกล่าว ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนประสานข้อมูลระหว่างกัน โดยคณะกรรมการชุดนี้จะไม่ได้ดูในเรื่องของโทษคดีอาญา แต่จะดูในภาพรวม อาทิ กระบวนการ โครงสร้าง มาตรการแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันเหตุการณ์วิกฤติพลังงานขาดแคลนในอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย.69 กรณีไม่กรอกข้อมูลในเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 166 ฉบับให้ครบถ้วนตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งมีความผิดฐานเป็นผู้ค้าน้ำมันทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 สรุปผลเบื้องต้น ได้มีทนายความของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ส่งเอกสารขอรับทราบข้อกล่าวหาแทน แต่ท้ายสุดกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทฯ จะต้องเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเองภายในสิ้นเดือน มิ.ย.69

ขณะที่อีก 5 โรงกลั่นที่เหลือที่ต้องทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ประกอบด้วย 1.บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน): Bangchak Sriracha (BSRC) 2.บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน): Star Petroleum (SPRC) 3.บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): Bangchak (BCP) 4.บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน): IRPC และ 5.บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน): GC (PTTGC) โดยสำนวนคดีดังกล่าวมี พ.ต.ท.ชลภัทร ปานสกุล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

อนึ่ง เลขสำนวนคดีเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งรับผิดชอบสืบสวนสอบสวนโดยดีเอสไอ โดยจะมีหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนแยกรับผิดชอบต่างกันไปตามคำสั่งของอธิบดีดีเอสไอ ดังนี้ คดีพิเศษที่ 59/2569 กรณีบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียมจำกัด จ.สุราษฎร์ธานี, คดีพิเศษที่ 66/2569 กรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง คดีพิเศษที่ 80/2569-85/2569 กรณีบริษัทผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือ โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง และเรื่องสืบสวนที่ 43/2569 กรณีบริษัทเรือที่เกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำมัน 60 ล้านลิตร ล่องหนกลางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี