ธนกฤต ร้องตรวจสอบเจ้าสำนักสงฆ์ชื่อดัง ประพฤติไม่เหมาะสมกับสีกา ยืมเงินโยม เอี่ยวพนันออนไลน์

12.06.26 | 17:48 น.

ธนกฤต ร้องตรวจสอบเจ้าสำนักสงฆ์ชื่อดัง ประพฤติไม่เหมาะสมกับสีกา ยืมเงินโยม เอี่ยวพนันออนไลน์

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.69 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และทนายความ พร้อมกลุ่มพุทธศาสนิกชนเดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าสำนักสงฆ์ชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคกลาง หลังพบว่าประพฤติตนไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องความสัมพันธ์กับสีกาสาว กู้ยืมเงิน และพัวพันพนันออนไลน์

ดร.ธนกฤต กล่าวว่า วันนี้ตนนำตัวแทนพุทธศาสนิกชนเข้าร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคกลาง หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเหมาะสมในการปฏิบัติตนของพระสงฆ์ โดยมีหลักฐานภาพถ่ายที่ปรากฏบุคคลลักษณะคล้ายเจ้าสำนักแต่งกายเป็นฆราวาส ถ่ายรูปคู่กับสีกา ซึ่งเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดพระธรรมวินัย หรือขัดต่อระเบียบ และข้อกำหนดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือไม่

ดร.ธนกฤต กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพย์สินและเงินของสำนักสงฆ์ โดยขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ รวมถึงประเด็นการเล่นการพนัน ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการประพฤติผิดวินัยสงฆ์ ตลอดจนกรณีการกู้ยืมเงินจากญาติโยม และการเปิดรับบริจาคหรือรับทำบุญ ว่าได้ดำเนินการตรงตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งต่อผู้มีจิตศรัทธาหรือไม่ หากพบว่ามีการนำเงินไปใช้ผิดจากวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกันทางตัวแทนผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า บ้านพักตนเองอยู่ใกล้สำนักสงฆ์ดังกล่าว ได้รู้จักหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งมีความใกล้ชิดกับเจ้าสำนักสงฆ์ โดยเริ่มเข้าออกสำนักสงฆ์ ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2567 ซึ่งในขณะนั้น ยังไม่พบความผิดปกติ กระทั่งเดือนธันวาคม 2567 สำนักสงฆ์เริ่มเป็นที่รู้จัก และมีรายได้เพิ่มขึ้น ก่อนจะพบว่าช่วงเดือนมกราคม 2568 หญิงสาวมีการซื้อที่ดิน ซื้อรถด้วยเงินสด ทำให้สงสัยว่าเอาเงินมาจากไหนทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำงานทำการเป็นหลักแหล่ง

Advertisement

ส่วนผู้เสียหายอีกรายซึ่งเป็นเจ้าหนี้ ระบุว่า ถูกค้างชำระหนี้เป็นเงินจำนวน 4.3 ล้านบาท และเมื่อนับรวมผู้เสียหายรายอื่นๆ พบว่ามียอดหนี้รวมเกือบ 6 ล้านบาท โดยมีการกล่าวอ้างว่าเจ้าสำนักสงฆ์ดังกล่าวมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ รวมทั้งอาจมีความเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อเท็จจริงทั้งหมด

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนไว้ และจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูล และพยานหลักฐานต่างๆ ตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบการกระทำความผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป