รองผบก.น.1 แจงเหตุ ตชด.พกปืนไปดื่มเบียร์ พ่อรุดเยี่ยม ร่ำไห้ ขอให้เป็นตามกระบวนการ
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (รอง ผบก.บกน.1) เปิดเผยถึงเหตุการณ์ ส.ต.ต.นำทัพ ภาควรรธนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจตะเวนชายแดนใช้อาวุธปืนยิง กลุ่มคนขับขี่วินรถจักรยานยนต์ที่บริเวณตลาดห้วยขวาง ว่า หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาได้เข้ามามอบตัวที่ สน.มักกะสัน จากนั้นจึงประสานมายัง สน.ห้วยขวาง ไปรับตัว และให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุ เนื่องจากโมโหที่ถูกผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจะทำร้าย ผู้ก่อเหตุได้ไปดื่มเบียร์และกินอาหารกับแฟน ก่อนที่จะเดินกันมาเรื่อยๆ จนถึงที่เกิดเหตุ
โดยแฟนเรียกรถจักรยานยนต์ให้ไปส่งยังห้องพัก ส่วนผู้ก่อเหตุเรียกให้ไปส่งบ้านพรรคญาติย่านมักกะสัน แต่ราคาสูงจึงมีการต่อราคากัน จากนั้นก็เกิดมีปากเสียงกันก่อนจะใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมายิงใส่ ส่วนอาวุธปืนเป็นของผู้ก่อเหตุเองมีทะเบียนถูกต้อง
เมื่อถามว่าเหตุใดถึงต้องพกอาวุธปืนตลอดเวลา พ.ต.อ.ศักยะกล่าวว่า ตนเองพกเป็นประจำแบบนี้อยู่แล้ว โดยเมื่อวานผู้ก่อเหตุไม่ได้กินยารักษาโรคจิตเวชอีกด้วย ผู้ต้องหาเดินทางมากรุงเทพฯเพื่อที่จะไปสอบปลัด ซึ่งจะสอบในวันนี้ แต่กลับก่อเหตุขึ้นก่อน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น พาอาวุธปินติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยไม่มีเหตุจำเป็น
ต่อมาพ่อของ ส.ต.ต.นำทัพ เดินทางมาเยี่ยมลูกชายโดยนำอาหารและของใช้ส่วนตัวมาให้ ก่อนจะเข้าไปพูดคุยกับลูกชายจากนั้นเดินออกมา
เมื่อถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าคุณพ่อเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างที่กลุ่มผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตพูดหรือไม่ คุณพ่อกล่าวว่า ไม่ได้เป็นตำรวจ พร้อมบอกว่าให้ไปดูกล้องวงจรปิดว่าเหตุมันเกิดขึ้นจากอะไร จนไม่อยากอธิบาย แม้ว่าเหตุมันเกิดขึ้นแล้วมันมีการแก้ไขแบบนั้นก็ไม่ถูก ซึ่งผมก็ไม่ได้บอกว่ามันถูก
เมื่อถามว่าเหตุที่เกิดขึ้นลูกชายใช้อาวุธปืนขึ้นมาป้องกันตัวหรือไม่ คุณพ่อกล่าวว่า ก็ไปดูตามคลิปทุกอย่างเป็นแบบในคลิป จนไม่ขอพูดอะไรมาก ขอให้ทุกอย่างว่าไปตามพยานหลักฐานไปตามกระบวนการยุติธรรม
เมื่อถามว่าวันนี้ลูกชายจะต้องไปสอบข้าราชการหรือไม่ คุณพ่อกล่าวว่า ไม่ทราบ ลูกชายบอกแค่ว่าขอติดรถจากจังหวัดสุรินทร์เข้ามาหาเพื่อน เนื่องจากคุณพ่อก็จะเข้ามาหาเพื่อนด้วยเช่นกันแต่ตนไม่ทราบว่าลูกจะไปทำอะไร
เมื่อถามว่าลูกชายมีอาการซึมเศร้าต้องกินยาทุกวันหรือไม่ คุณพ่อกล่าวว่า ลูกชายเป็นคนเครียด มีปัญหาส่วนตัว และยังสามารถขับรถได้ตามปกติ
เมื่อถามว่าจากที่เข้าไปคุยกับลูกชาย ลูกชายมีอาการเครียดหรือไม่ คุณพ่อกล่าวว่า ไม่ตอบ แต่ร้องไห้ออกมาแทน

