พ่อใช้คอนโดยื่นประกัน ตชด.ยิงวินจยย.ดับ 2 ราย ด้านภรรยาผู้เสียชีวิต ค้านปล่อยตัว หวั่นหลบหนี
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง นำตัว ส.ต.อ.นำทัพ สังกัด กก.ตชด.21 มาฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา จากกรณีเจ้าตัวก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง บริเวณหน้าซอยประชาสงเคราะห์ 38 จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย
พฤติการณ์แห่งคดีคือ ก่อนเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ได้รับแจ้งว่า มีเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธปืน เหตุเกิดบริเวณ วินจักรยานยนต์รับจ้าง ปากซอยประชาสงเคราะห์ จากนั้นเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ พบศพนายภูริต นอนเสียชีวิตอยู่ริมฟุตปาธใกล้กับวินจักรยานยนต์รับจ้าง ร่างกายมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนทั่วร่างกาย 5 นัด และพบผู้บาดเจ็บจากการถูกยิง จำนวน 2 ราย คือ นายชรินทร์ และนายเกียรติศักดิ์ ซึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีหลังเกิดเหตุ หลังจากนั้นมี 1 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล จากการสืบสวนพบว่า ส.ต.อ.นำทัพเป็นผู้ก่อเหตุ
ต่อมา ส.ต.อ.นำทัพ เข้ามอบตัวพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว และนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของกลาง จากการสอบถาม ส.ต.อ.นำทัพ ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย และผู้บาดเจ็บ โดยก่อนเกิดเหตุ เจ้าตัวได้ไปดื่มกินกับเพื่อนที่ร้านบริเวณซอยประชาสงเคราะห์ หลังจากนั้นได้เดินเข้ามาบริเวณวินที่เกิดเหตุ ก่อนสอบถามราคาค่าโดยสาร และต่อรองราคาค่าโดยสาร จนกระทั่งมีปากเสียงกัน จากนั้นผู้ตายและพวกได้เข้ามารุมทำร้าย ส.ต.อ.นำทัพ เป็นเหตุให้ ส.ต.อ.นำทัพ บันดาลโทสะ นำอาวุธปืนที่ติดตัวมายิงผู้ตายและพวก หลังเกิดเหตุเจ้าตัวได้หนีออกจากจุดดังกล่าว โดยเรียกรถแท็กซี่กลับไปยังห้องพัก แต่หลังจากตั้งสติได้รู้สึกผิด จึงเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของส.ต.อ.นำทัพ เป็นกรณีที่มีพยานหลักฐานตามสมควรว่า ผู้ก่อเหตุกระทำผิดอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ไม่อาจขอศาลให้ออกหมาจับได้ ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่า ส.ต.อ.นำทัพ จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมตัวก่อนแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควร พร้อมกับแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหารับทราบ
การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,มาตรา 8 ทวิ แห่งพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงง และสิ่งเทียมอาวุธปืน และความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควร
ชั้้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวครบกำหนด 48 ชั่วโมงในวันที่ 16 มิ.ย.2569 ด้วยเหตุและความจำเป็นดังกล่าวจึงขอหมายขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน มีกำหนด 12 วันตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.-26 มิ.ย.2569
เจ้าหน้าที่และผู้เสียหายขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี ยากแก่การนำตัวมาดำเนินคดีภายหลัง
ศาลอาญาพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
โดยพ่อของ ส.ต.อ.นำทัพ ยืนหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวเป็นคอนโดย่านมักกะสัน ราคา 1 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ขณะที่ภรรยาของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เดินทางมาคัดค้านการปล่อยชั่วคราวด้วย
ต่อมา ศาลให้ประกันตัว ตำรวจ ตชด.

