แก๊งมือแทงพ่อค้ากัญชา ยัดกล่อง ไม่สลด อ้างทำคนเดียว ยันไม่ได้ลักนาฬิกา พบเคยขโมยปืนทอ. 19 กระบอก

16.06.26 | 12:43 น.

แก๊งมือแทงพ่อค้ากัญชา ยัดกล่อง ไม่สลด อ้างทำคนเดียว ยันไม่ได้ลักนาฬิกา พบเคยขโมยปืนทอ. 19 กระบอก

จากกรณีนายชัยสิทธิ์ หรือโป๊ย อายุ 34 ปี พ่อค้ากัญชา ถูกนายศุภกร อายุ 27 ปี ใช้มีดแทงเสียชีวิต ก่อนร่วมกับนายชยพล อายุ 27 ปี และนายกฤตธนัท อายุ 24 ปี นำศพยัดใส่ลังพลาสติกหมกในกระบะดินเพาะปลูกกัญชา บนชั้น 2 ของบ้านพักเปิดเป็นร้านขายกัญชา ที่บ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ย่านดอนเมือง-วิภาวดี ถนนเทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. โดยพบศพเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาอ้างถูกผู้ตายกล่าวหาขโมยนาฬิกา และด่าบุพการี นัดมาเคลียร์ที่บ้านแต่ไม่ลงตัว จึงก่อเหตุฆ่าอำพราง

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มิ.ย.69 ร.ต.อ.สุชัย สุระเสียง รอง สว.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง ควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้นอำพรางศพ และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยถูกคุมขังอยู่ที่ สน.ดอนเมือง และทยอยออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือทีละคน โดยเฉพาะนายศุภกร มือแทง ไม่มีท่าทีอาการสลด ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส และหัวเราะร่าเริง ส่วนผู้ต้องหารายอื่น มีท่าทีเรียบเฉย

ด้านข้อมูลการสอบปากคำเบื้องต้น นายศุภกร มือแทง ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุแทงและอำพรางศพเพียงคนเดียว โดยไม่ได้ให้การซัดทอดว่าใครเป็นผู้ให้การช่วยเหลือ ส่วนนายกฤตธนัท ตัวต้นเหตุที่มีความขัดแย้งว่าไปขโมยนาฬิกาผู้เสียชีวิตนั้น ยังคงให้การเช่นเดิมว่า ไม่ได้ขโมยนาฬิกาของผู้เสียชีวิตไป สำหรับนายชยพล ให้การปฏิเสธในชั้นจับกุม และยังไม่ได้ให้การใดๆ

จากการตรวจสอบข้อมูลกับตำรวจ สน.ดอนเมือง ทราบว่าพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของทรัพย์สินและที่มาของอาวุธมีดว่า นายศุภกร มือแทง จงใจเอามาเพื่อก่อเหตุหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งตัวนายชยพล ที่ต้องสอบปากคำอย่างละเอียด

Advertisement

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาในส่วนประเด็นที่กล่าวอ้างว่า ไม่ได้ขโมยนาฬิกาไป และกล่าวหาว่าผู้เสียชีวิตต่อว่าด่าทอบุพการีมือแทง พนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานแวดล้อมอื่นๆ เพิ่มเติมมาประกอบสำนวนคดี

นอกจากนี้มีรายงานว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงอยู่ในระหว่างการพิจารณาหารือว่า จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านหลังเกิดเหตุหรือไม่ โดยจะต้องพิจารณาถึงเรื่องความสมัครใจของผู้ต้องหาและความปลอดภัยเป็นหลัก

ส่วนเรื่องของการส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายฝากขังศาลอาญา หากวันนี้สอบปากคำแล้วเสร็จ จะส่งฝากขังทันที แต่ถ้าไม่ทัน จะส่งฝากขังในวันพรุ่งนี้ พนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีอัตราโทษสูง

สำหรับประเด็นที่ก่อนหน้านี้ นายชัยสิทธิ์ ผู้เสียชีวิต เคยแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ช่วงเวลาประมาณ 11.17 น. จากการตรวจสอบทราบว่า เป็นการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายกฤตธนัท กล่าวหาว่าเป็นผู้ขโมยนาฬิกา NIXON สีทองของผู้เสียชีวิตไป

มีพฤติการณ์ที่แจ้งความเบื้องต้นว่า นายกฤตธนัท เป็นรุ่นน้องของผู้เสียชีวิต ได้รับการชักชวนจากผู้เสียชีวิตให้มาที่บ้านหลังเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. เวลา 19.00 น. ต่อมาช่วงเที่ยงคืน นายกฤตธนัท ขอเดินทางกลับไป กระทั่งเวลา 08.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. ผู้เสียชีวิตพบว่า นาฬิกาข้อมือเรือนดังกล่าวของผู้เสียชีวิตหาย ตอนแรกผู้เสียชีวิตวางไว้บริเวณหน้าทีวีภายในบ้าน

รวมทั้งตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า โทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตถูกล็อกหน้าจอ ไม่สามารถเข้าเล่นได้ เชื่อว่า นายกฤตธนัท เป็นผู้ขโมยนาฬิกาเรือนดังกล่าว และพยายามเข้าถึงเบอร์โทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต จนถูกล็อคหน้าจอ

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พบว่านายศุภกร มือแทง เคยถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ เป็นอาวุธปืนของกองทัพอากาศ จำนวน 19 กระบอก ในท้องที่ สน.ดอนเมือง เมื่อปี 2564 ขณะนั้นผู้ต้องหาเป็นทหารเกณฑ์อยู่ในกองทัพอากาศ ส่วนนายกฤตธนัท มีประวัติคดีหนีการเกณฑ์ทหาร ส่วนนายชยพล ไม่มีประวัติอาชญากรรมแต่อย่างใด