รวบ ตี๋-เดี่ยว แก๊งฉกสายไฟห้างดัง เสียหายหลักล้านบาท ขับ ‘ปอร์เช่’ ค้นบ้านเจอปืนเพียบ
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ต.อ.ประสพโชค เอียมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ ทารักษ์ รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.บำเพ็ญ นามฉวี สว.สส.สน.หัวหมาก พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.หัวหมาก ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายภราดร อายุ 39 ปี (หรือตี๋) และนายสุรศักดิ์ เกตุแก้ อายุ 49 ปี (หรือเดี่ยว) ผู้ต้องหาลักสายไฟ ตาม โครงการก่อสร้าง หรือต่อเติมอาคารขนาดใหญ่ ความเสียหายหลักล้าน
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 พ.ค.69 ได้มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความว่ามีกลุ่มคนร้ายได้เข้ามาแอบขโมยสายไฟ
สายไฟฟ้า ขนาด PD-IEC01 THW240 1240mm2 ยาวประมาณ 200 เมตร 1 โลน,สายไฟฟ้า ขนาด PD-IEC01 THW185 1185mm2 ยาวประมาณ 160 เมตร 1 โลน,สายไฟฟ้า ขนาด PD-IEC01 THW70 1*185mm2 ยาวประมาณ 210 เมตร 1 โลน ที่เก็บไว้ที่บริเวณชั้น 4 ภายในห้างดังย่านรามคำแหง ช่วงเวลา 05.30 น. ชุดสืบสวนจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จึงพบว่ามีกลุ่มคนร้ายจำนวน 3 คน พร้อมรถยนต์ปิ๊คอัพสีขาว ได้ขับเข้ามาภายในห้างชั้น 4 โดยคนร้ายทั้ง 3 คน จะมาการวางแผนกันมาก่อน โดยจะมีคนเดินดูสายไฟและดูต้นทาง จากนั้นอีก 2 คนจะขับรถเข้ามาเพื่อขนสายไฟขึ้นรถก่อนขับหลบหนีออกไป

ต่อมาชุดสืบสวน สน.หัวหมาก ได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่ากลุ่มคนร้ายได้ขับรถออกไปยังจังหวัดสระบุรี ชลบุรี ขับอ้อมวนไปหลายวันเพื่อหลอกตำรวจ จนกระทั่งชุดสืบสวนไล่กล้องจนมาพบที่ร้านรับซื้อของเก่าย่านกิ่งแก้ว จึงได้เรียกเจ้าของร้านมาสอบสวน จนพบว่ากลุ่มคนร้าย ได้นำสายไฟมาขายที่ร้านได้ไปในราคา 970,000 บาท เป็นเงินสด ทราบชื่อคือนายภราดร หรือตี๋ ชุดสืบสวนจึงไปค้นหาประวัติพบว่า นายภราดร เคยมีประวัติลักทรัพย์ ที่ สน.อุดมสุข และพบก๊วนกลุ่มของนายตี๋ จึงได้ทำการขอหมายจับกลุ่มคนร้ายทั้ง 3 คน จนกระทั่งนำไปสู่การจับกุมตัวนายนายสุรศักดิ์ หรือเดี่ยว โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องพักย่านสุวินทวงศ์ ก่อนจะพาไปหาบ้านนายภราดร หรือตี๋ ที่หมู่บ้านย่านลาดกระบัง
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้วางกำลังเฝ้าติดตาม จนกระทั่งเห็นนายภราดร หรือตี๋ ขับรถยนต์ รุ่น ปอร์เช่ขับเข้ามาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อแถวหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงตัวก่อนขอทำการตรวจค้นรถ ขนพบปืนในรถจึงได้ไปขอตรวจค้นบ้านพบปืนและเครื่องกระสุนอีกหลายรายการ 1.อาวุธปืนสั้นออโตเมติก ยี่ห้อ โคลท์ ขนาด .380 เลขทะเบียน กท.5705728 พร้อมเครื่องกระสุนขนาด .380 จำนวน 12 นัด 2.อาวุธปืนสั้นออโตเมติก ยี่ห้อ กล็อก 43เอ็กซ์ ขนาด 9 มม. เลขทะเบียน กท.6405716 พร้อมเครื่องกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 14 นัด 3.อาวุธปืนลูกซองยาว ยี่ห้อ เรมิงตัน 870 ขนาด เบอร์ 12 เลขทะเบียน กท.5462481 พร้อมเครื่องกระสุนปืนลูกซอง ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 25 นัด 4.กระเป๋าสะพาย สีดำ จำนวน 1 ใบ โดย อาวุธปืนที่เจ้าหน้าที่ยึดตรวจยึดไว้มีทะเบียน เบื้องจากการตรวจ แล้วมีทะเบียนเป็นชื่อของภรรยานายตี๋

รายงานข่าวแจ้งว่า พฤติการณ์การก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายจะมีนายตี๋ เป็นคนขับรถตระเวนหาสถานที่ เมื่อเจอเป้าหมายก็จะมีการโทรนัดเวลา สถานที่เพื่อมาเจอกัน แล้วไปก่อเหตุ โดยหลังจากก่อเหตุเสร็จก็ จะขับรถออกจากที่เกิดเหตุ โดยจะมีการ ขับวนไปตามจังหวัดชลบุรี สระบุรี แล้วอ้อมมายัง สมุทรปราการย่านกิ่งแก้ว โดยจะใช้เวลาหลายวัน ก่อนจะเข้ามาขายสายไฟย่างกิ่งแก้ว เพื่อ หลอกล่อให้ตำรวจตามไม่เจอ โดยรถที่มาใช้ในการก่อเหตุ จัดเป็นรถปิคอัพ มือสอง
และจะมีการสวมแผ่นป้ายทะเบียนปลอม สลับกันไปมา หลังก่อเหตุเสร็จ ก็จะนำรถที่ใช้ก่อเหตุ ไปขาย พอมีเป้าหมายใหม่ ก็จะหาซื้อรถมือสอง มาขับ ไปก่อเหตุ สลับแผ่นป้ายทะเบียน ทำแบบนี้เป็นประจำทุกครั้งที่ก่อเหตุ โดยเงินที่ได้ นายตี๋จะได้เป็น 2 เท่า ส่วนที่เหลือ จะให้ทั้งสองคนหารกัน ซึ่งระหว่างนี้ ยังไม่สามารถจับกุม นายเก่งได้ คาดว่าน่าจะรู้ ว่าทั้งสองคนได้ถูกตำรวจจับกุมตัวไว้แล้ว เพราะกลุ่มก๊วนของพวกคนร้าย จะมีการส่งให้สัญญาณกัน ตำรวจคาดว่า นายเก่งอาจจะรู้ตัวแล้ว จึงได้ทำการหลบหนี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

