ตร.เจอพิรุธรถบรรทุกจอดข้างทาง หวังช่วยเหลือ พบแรงงานต่างด้าว33ชีวิตอัดแน่นตู้ทึบ สอบประวัติเพิ่งถูกจับเมื่อต้นปี สารภาพรับจ้างหัวละ 2,500 บาท นำส่งหาดใหญ่
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปริญญา รักษาแก้ว สวญ.ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล. นำกำลังจับกุม นายถิรวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ในข้อหา “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรให้พ้นจากการจับกุม” พร้อมของกลางรถบรรทุกยี่ห้อ HINO ทะเบียน 701-3xx1 กรุงเทพมหานคร
โดยสามารถจับกุมได้บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 หลักกิโลเมตรที่ 96 ต.คันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี สืบเนื่องจากขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนบนถนนสายเอเชีย41 เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าว พบรถบรรทุก HINO จอดอยู่ริมทางในลักษณะน่าสงสัย จึงเข้าไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือตามปกติ เนื่องจากเกรงว่ารถอาจเกิดปัญหาหรือเสียระหว่างทาง 
อย่างไรก็ตาม ระหว่างพูดคุยกับนายถิรวัฒน์ ผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นอาการมีพิรุธอย่างชัดเจน ทั้งลุกลี้ลุกลน เหงื่อออกมาก และให้การวกวนผิดปกติ จึงขอทำการตรวจค้นรถบรรทุกคันดังกล่าวอย่างละเอียด ผลการตรวจค้นพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 33 คน ถูกซุกซ่อนและนั่งอัดแน่นอยู่ภายในตู้บรรทุกทึบ
จากการตรวจสอบพบว่าทั้งหมดลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดไว้ดำเนินการตามกฎหมาย
จากการสอบสวน นายถิรวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายวิน” ซึ่งติดต่อผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ให้ทำหน้าที่ขนแรงงานต่างด้าว โดยไปรับตัวมาจากบริเวณริมถนนเอเชีย ในพื้นที่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งมีรถยนต์จำนวน 3 คันนำแรงงานมาส่งให้ ก่อนจะขับรถมุ่งหน้าไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยตกลงค่าจ้างในอัตราหัวละ 2,500 บาท กระทั่งระหว่างทางได้แวะจอดพักรถริมถนน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเข้าตรวจสอบและจับกุมได้พร้อมแรงงานต่างด้าวทั้งหมด
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติยังพบว่า เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา นายถิรวัฒน์ เคยถูกจับกุมในคดีลักษณะเดียวกันมาแล้วในพื้นที่ สภ.สลุย จ.ชุมพร และคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล แต่กลับมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมรถบรรทุกของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามตัวผู้ว่าจ้างและเครือข่ายขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายมาดำเนินคดีต่อไป

