⦁กางพรบ.ตำรวจตั้งผบ.ตร.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ลงนามประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจ ระดับผู้ช่วยผบ.ตร. และรองจเรตำรวจแห่งชาติ(รองจตช.) ลงมาถึงรองผู้บังคับการ(ผบก.) วาระประจำปี 2569 แล้วเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อจะดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งระดับรองผบ.ตร.)และจเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.)ลงมาถึงผบก.ตามนัยมาตรา 78 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2565 โดยให้ข้าราชการตำรวจตรวจสอบความถูกต้งอของบัญชีลำดับอาวุโส หากเห็นว่าไม่ถูกต้อง สามารถยืนต่อตร.ผ่านทะเบียนกำลังพล(ทพ.) เพื่อทบทวนภายใน15วัน นับตั้งแต่วันประกาศลำดับอาวุโส หากพ้นกำหนดถือว่าการจัดลำดับถูกต้องแล้ว
⦁นายกฯชงชื่อให้ก.ตร.เคาะ
ข่าวแจ้งว่าพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ “บิ๊กต่าย” ผบ.ตร.เกษียณอายุราชการ 30 กันยายนนี้ ตามพ.ร.บ.ตำรวจ 2565 มาตรา 77 การแต่งตั้ง ผบ.ตร. จาก จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) หรือรองรองผบ.ตร. ตามมาตรา 78 การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77(1)(2)(3)(4)(5)(6) เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77 (1) ให้นายกรัฐมนตรีคัดเลือกรายชื่อพนักงานตำรวจผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 77(1) โดยคำนึงถึงอาวุโส และความรู้ความสามารถประกอบกันโดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนหรืองานป้องกันปราบปราม เสนอ ก.ตร.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและภารกิจสำคัญของตร. แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณา เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้ง
⦁เปิด4แคนดิเดตแม่ทัพสีกากี
ข่าวแจ้งว่า รองผบ.ตร.หรือจตช.เรียงตามอาวุโสดังนี้ 1. “บิ๊กไมค์” พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. “บิ๊กไมค์” นรต.รุ่น 43 เกษียณอายุราชการปี 2571 ดูงานกฎหมายและคดี เคยเป็น ผบช.รร.นรต., ผู้ช่วย ผบ.ตร.ดูแลงานด้านการปราบปรามยาเสพติดและงานบริหาร ตามด้วย 2.พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. “บิ๊กหวาน” นรต.รุ่น 42 เกษียณฯ ปี 2570 รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม ในอดีตเป็น ผบช.รร.นรต., ผู้ช่วย ผบ.ตร.ดูแลงานด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม 3.พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. “บิ๊กราญ” เป็น นรต.รุ่น 50 เกษียณฯ ปี 2576 คุมงานความมั่นคงและกิจการพิเศษบิ๊กราญ ผ่านเก้าอี้ ผบช.น., ผู้ช่วย ผบ.ตร.ดูแลงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ และ4. พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ “บิ๊กแมน” นรต.รุ่น 43 เกษียณฯ ปี 2572 มีหน้าที่งานจเรตำรวจ เส้นทางสีกากีผ่าน ผบช.พฐ.ตร., รองจเรตำรวจแห่งชาติ ดูแลงานด้านจเรตำรวจ
⦁“บิ๊กราญ”มาแรง-ติดอาวุโสที่3
ข่าวแจ้งว่า ในแวดวงตร.วิจารณ์กันว่า ขณะนี้ พล.ต.อ.สำราญ มาแรงที่สุดมีแนวโน้มสูงนายกฯจะหยิบชื่อนี้เสนอต่อที่ประชุมก.ตร. ให้ลงมติเห็นชอบ เพราะนอกจากเป็นเพชรบุรีคอนเน็ตชั่นกับ”บิ๊กเนม”แล้ว ยังเคยเป็นนายตำรวจติดตาม พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ สมัยเป็นผบ.ตร. ที่นายอนุทินมีความคุ้นเคยด้วย สมัยนั้นได้เข้าออกสำนักงานพล.ต.อ.สันต์บ่อยๆ จึงทำให้ได้รู้จักบิ๊กราญ ซึ่งเป็นนายตำรวจติดตามด้วย ภายหลังพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐบาล เดินหน้านโยบายปราบนอมินีต่างด้าว ปรากฎว่าพล.ต.อ.สำราญ ซึ่งมีพล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. เป็นมือขวาร่วมทำงานสนองนโยบายรัฐบาล เดินหน้าเปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน” แต่ขณะเดียวกันเนื่องจากพล.ต.อ.สำราญ จะเกษียณฯปี 2576 อายุราชการอีก 7 ปี ทำให้ นักเรียนร้อยตำรวจ(นรต.)รุ่น 42-49 หมดโอกาสเติบโตขึ้นถึงผบ.ตร.ได้ และยังมีปัญหาถกเถียงในบรรดาผู้ที่เคยร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับปัจจุบันว่า แต่งตั้งผบ.ตร.โดยให้คำนึงถึงความอาวุโส และความรู้ความสามารถประกอบกัน ควรให้น้ำหนักอาวุโสถึง 50% หรือไม่ และที่เหลือ คือประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนหรืองานป้องกันปราบปราม
⦁2ผช.ผบ.ตร.-1รองจตช.ขึ้นพล.ต.อ.
ข่าวแจ้งว่า หลังจากได้ผบ.ตร.แล้วเก้าอี้ “รองผบ.ตร.และจตช.” ซึ่งอยู่ในระนาบเดียวกันว่าง 3 ผู้ที่ได้เลื่อนตำแหน่งตามอาวุโส 100% มี 1.พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วยผบ.ตร. 2. พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รองจตช.และ 3.พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ติดยศ “พล.ต.อ.”
ระดับ “ผู้ช่วย ผบ.ตร.”ว่าง3 รวมกับตำแหน่งแต่งตั้งทดแทนเป็น6 ตำแหน่งได้ขึ้นดังนี้ 1.พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.4 2. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. (บช.ไซเบอร์)3. พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ.4. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. 5.พล.ต.ท.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบช.สตส. 6.พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7
⦁9รองผบช.ติดยศ “พล.ต.ท”.
ระดับ”ผู้บัญชาการ(ผบช.)” ว่างรวม 18 ตำแหน่ง แต่งตั้งเรียงอาวุโส 50% เพราะฉะนั้น อาวุโส อันดับ 1-9 ได้ขึ้นผบช. ครองยศ “พล.ต.ท.” ทันที มี 9 คนดังนี้ 1.พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รองผบช.ภ.1 2.พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผบช.ภ.2 3.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. 4.พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผบช.ทท. 5.พล.ต.ต.วัลลพ จำนงค์อาษา รองผบช.ภ.9 6.พล.ต.ต.วีรพัฒน์ ศิวะแพทย์ รองผบช.สยศ.ตร. 7.พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รองผบช.สตม. 8.พล.ต.ต.ระวีพรรษ อมรมุนีพงศ์ รองผบช.ภ.6 และ9.พล.ต.ต.ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์ รองผบช.สกบ. ส่วนอันดับอาวุโสหลังจากที่ 9 อีก 50% พิจารณาจากหลักเกณฑ์ความรู้ความสามารถเป็นที่ประจักษ์ อาทิ ประวัติการรับราชการ, ผลงานหรือการปฏิบัติงาน, ความประพฤติส่วนตัวและหน้าที่ และความประเมินความพึงพอใจของประชาชนในพื้นที่
⦁ผบช.ว่าง18มีตม.-ไซเบอร์ด้วย
สำหรับการโยกย้ายคราวนี้เก้าอี้ ผบช. อาทิ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ,ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ผบช.สอท.),ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ,ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.) ,ผู้บัญชการตำรวจภูธรภาค(ผบช.ภ.)1,2,4,6,7,8,ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง (ผบช.สกบ.) ,ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ผบช.สทส.) ,ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจสอบภายใน (ผบช.สตส.)และผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา (ผบช.ศ.)เป็นต้น
⦁20ผบก.อาวุโสได้ขึ้นรองผบช.
ระดับรองผบช. ว่าง 40 ตำแหน่ง เรียงอาวุโส 50% ดังนั้นมีผบก.จำนวน 20 นาย จะได้ขึ้น รองผบช. ดังนี้ 1.พล.ต.ต.คธา เกษรมาลา ผบก.อก.บช.ส. 2.พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี 3.พล.ต.ต.อำนาจ เดชบุณเหลือง ผบก.ศฝต.4.พล.ต.ต.โอภาส คงเมือง ผบก.ภ.จว.กำแพงเพชร 5.พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี 6.พล.ต.ต.วิทยา สมานุหัตถ์ ผบก.สพ. 7.พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ 8.พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว.จันทุบรี 9.พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. 10.พล.ต.ต.อนุรักษ์ พรพุทธศรี ผบก.กค.ภ.7 11.พล.ต.ต.นิคม เครือนพรัตน์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก 12.พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย 13.พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ 14.พล.ต.ต.ธนาวุฒิ จงจิระ ผบก.ศฝร.ภ.2 15.พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น 16.พล.ต.ต.จิรพัฒน์ พรหมนอก ผบก.วจ. 17.พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 18พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร. 19.พล.ต.ต.หญิง วิรญา พรหมายน ผบก.กช.20 พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต
⦁45รองผบก.ได้เลื่อนยศนายพล
ส่วนระดับ ผบก. ปีนี้ว่าง 89 ตำแหน่ง รองผบก. ยศ”พ.ต.อ.” ได้ขึ้น ผบก. ยศ “พล.ต.ต.” เรียงอาวุโส 50% อันดับ 1-45 ดังนี้ 1. พ.ต.อ. อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.สส.ภ.72. พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา 3. พ.ต.อ.สมชาย จันทร์คง รอง ผบก.ภ.จ.นครสวรรค์ 4. พ.ต.อ.จำเริญ ลุสวัสดิ์ รอง ผบก.กต.4 5. พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสิรฐ รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี 6. พ.ต.อ.พรชัย แก่นเพชร รอง ผบก.จว.ขอนแก่น 7. พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี 8. พ.ต.อ.ศุภสวัสดิ์ ศรีนาคา รอง ผบก.จว.เพชรบูรณ์ 9. พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี 10. พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ สุวรรณฤทธิ์ รอง ผบก.ศฝร.ภ8
11. พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน รอง รอง ผบก.น.2 12. พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง 13 .พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รอง ผบก.อก.ภ.6 14. พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา 15. พ.ต.อ.ยศนันท์ ชมบุญ รอง ผบก.ศผร.ภ.3 16 พ.ต.อ.กิตติพงศ์ วิเศษสงวน รอง ผบก.กส. 17. พ.ต.อ.จารุวิทย์ วงศ์ชัยกิตติพร รอง ผบก.กค.ภ.9 18. พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ รอง ผบก.สส.ภ.4 19. พ.ต.อ.พิษณุ อัชนะพรกุล รอง ผบก.ภ.จว.กระบี่ 20.พ.ต.อ.วสันต์ เกศะรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม
21.พ.ต.อ.ธนวัฒน์ ตั้งวงษ์เจริญ รอง ผบก.ศฝร.ภ.4 22. พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น 23. พ.ต.อ.พันกฤษณ์ วิชญชีวินทร์ รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ 24. พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย รอง ผบก.ศพฐ.10 25. พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ 26. พ.ต.อ.ชิตพล กาญจนกิจ อาจารย์. (สบ 5) กลุ่มงานอาจารย์ บช.ศ. 27. พ.ต.อ.อรรถชาย อรรถตราสิงห์ รอง ผบก.ส.3 28.พ.ต.อ.เอนก ศรีกิจรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา 29.พ.ต.อ.เศวก โพนทัน รอง ผบก.ภ.จว.ยโสธร 30.พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5
31. พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.ภ.จว.สตูล 32. พ.ต.อ.วิธิวัฒน์ ศรีทองจ้อย รอง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี 33.พ.ต.อ.พรหมวุฒิ วุฒิวิวัฒน์ชัย รอง ผบก.อก.บช.ตชด. 34.พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา 35.พ.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ บวรวงค์พิทักษ์ รอง ผบก.อก.สกบ. 36.พ.ต.อ.กริช ปัตลา รอง ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู 37.พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 38.พ.ต.อ.หทัยวัฒก์ จารุชัยนิวัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ 39.พ.ต.อ.วิโรจน์ สีน้ำเงิน รอง ผบก.สส.ภ.4 40.พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม 41.พ.ต.อ.จักริน พันธ์ทอง รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี 42.พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผบก.พ.5 43. พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม 44.พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ยะปาละ รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง 45.พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2
⦁เก้าอี้ผบก.ภ.จว.ว่าง34จังหวัด
โดย มี ผบภ.ภ.จว.ที่ว่าง มี 34 จังหวัด ได้แก่ ยะลา อ่างทอง เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา หนองบัวลำภู ตราด พัทลุง สระแก้ว ระนอง อุดรธานี สงขลา ลำพูน ราชบุรี มหาสารคาม ตาก ยโสธร นครพนม ศรีสะเกษ สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี ปัตตานี เพชรบูรณ์ สุรินทร์ อุตรดิตถ์ สุพรรณบุรี กำแพงเพชร ชลบุรี สมุทรปราการ จันทบุรี พิษณุโลก เชียงราย นครสวรรค์ ขอนแก่น และภูเก็ต
⦁บิ๊กนวยชี้เจตรมณ์ให้น.น.อาวุโส
พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน ก.ร.ตร. ในฐานะคณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 กล่าวว่า จะเห็นว่าพ.ร.บ.ตำรวจพ.ศ.2565 ระบุผู้จะนายกฯเสนอชื่อผบ.ตร.ต้องมีคุณสมบัติอาวุโสกับความรู้ความสามารถเป็นหลัก ย้อนไปอดีตสมัยตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ กับ พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ ต้องแข่งกัน พล.ต.อ.แสวงเป็นมือสอบสวน พล.ต.อ.สวัสดิ์ ผ่านโรงพักแต่ผ่านสายวิชาการ เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ คนหนึ่งนักรบภูธร อีกคนหนึ่ง นักรบนครบาล ดูอาวุโสเป็นรองอธิบดีกรมตำรวจเท่ากัน สุดท้ายมาตัดสินที่ว่าใครเป็นพลตำรวจก่อน ปรากฏว่าพล.ต.อ.แสวงเป็นพลตำรวจก่อนเลยได้เป็นอธิบดีกรมตำรวจ สำหรับเนื้อหาพ.ร.บ.ตำรวจฉบับปัจจุบันระบุอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน ก็แปลว่าทั้ง 2 อย่างเป็นองค์ประกอบ แต่มีบัญญัติไว้ในมาตรา 82 วรรค 2 ระบุความรู้ความสามารถ โดยอนุมานดูจาก ประวัติและการรับราชการ ผลงาน ผลการปฏิบัติงาน ดูเรื่องความประพฤติ และดูเรื่องการประเมินความพึงพอใจของประชาชนต่อผลงานของบุคคลดังกล่าว และได้ระบุในกฎหมาย โดยเฉพาะประสบการณ์ด้านสืบสวนสอบสวน หรือป้องกันปราบปรามประกอบด้วย แปลว่าพึงมีประสบการณ์ด้านงานหลักของตำรวจประกอบด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่จะเป็น ผบ.ตร. ขณะเป็นรองผบ.ตร. จะต้องดูงานหน้านี้ด้านนั้นก็ไม่ใช่
“ดังนั้นการวัดด้วยความรู้ความสามารถยังใช้ความรู้สึก จับต้องได้ยากกว่าอาวุโส และอาวุโสเป็นเรื่องที่จับต้องและชัดเจนที่สุด งั้นจะเห็นว่าในมาตรา 82 ถึงได้เขียนไล่ระดับ 33% 50% 100% นั่นคือเจตนารมณ์ของกฎหมาย ถ้าหลักเกณฑ์อื่นไม่ชัดในการแต่งตั้ง ควรจะใช้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ขณะนี้คือเรื่องอาวุโสเป็นหลักแล้วปัญหาจะไม่เกิด แต่สมมุติว่ารอง ผบ.ตร. ที่มีสิทธิ์เป็น ผบ.ตร. 10 คน ไปเอาคนที่ 10 ขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. รับประกันว่าต้องมีข้อครหาเยอะแยะไปหมด ไปกันใหญ่อีก เพราะเป็นพล.ต.อ.ต้องมีความรู้ความสามารถ เพราะฉะนั้นหลักอาวุโสจึงเป็นหลักที่จับต้องได้ เจตนารมณ์การเขียนของกฎหมายอาวุโสเป็นหลักที่เด่นชัด ยืนยันว่าต้องไปแนวนั้น ดังนั้นถ้านายกฯเป็นผู้เลือกผู้ที่จะเป็นผบ.ตร.แล้วไม่ได้เลือกผู้อาวุโส นายกฯต้องชี้แจงได้ แต่ถ้าเป็นตามอาวุโส ผมเชื่อว่าไม่มีการฟ้องร้อง แต่ต้องมีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ด้านสืบสวนสอบสวนประกอบด้วย”พล.ต.ท.อำนวยกล่าว



