ดีเอสไอ แจงปม ไอติม เปิดคลิปฮั้วสว. ยอมรับ ในสำนวนคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน ยังไม่เคยสอบปากคำ กกต.
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. จากกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ได้โพสต์ข้อความและวิดีโอผ่านเฟซบุ๊ก ถึงคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) เจาะลึกคลิปฮั้ว สว. ซึ่งปรากฏภาพของ 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เดินเก็บโพย และตักเตือนผู้สมัครเกี่ยวกับการดำเนินการที่ไม่สุจริตในวันเลือก สว. ระดับประเทศ พร้อมกับเรียกร้องขอให้กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงเจ้าหน้าที่ กกต.รายดังกล่าว ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าโพยกระดาษที่เห็นนั้นมีลักษณะเกี่ยวกับตัวเลขอย่างไรบ้าง และได้มีการนำไปใช้ขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เชื่อมโยงกับขบวนการฮั้ว สว.หรือไม่
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า สำหรับคลิปวิดีโอดังกล่าวที่ได้มีการเผยแพร่ตามหน้าสื่อนั้น ยืนยันว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังไม่เคยได้ดำเนินการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ กกต. เนื่องจากเมื่อครั้งที่กลุ่ม สว.สำรอง ได้นำเอาพยานหลักฐานมามอบให้กับดีเอสไอ ก็ไม่ได้มีการระบุบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอเป็นใคร จึงเป็นเหตุให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ กกต. ในฐานะพยานไว้ในสำนวนการสอบสวนคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. แต่อย่างใด
อนึ่ง ปัจจุบันสถานะคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษ เพื่อจะได้ดำเนินการให้ครบถ้วน ก่อนมีความเห็นทางคดีสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาต่อไป
พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า ก่อนที่จะมีการสรุปสำนวนเพื่อสั่งฟ้องไปยังอัยการคดีพิเศษนั้น ตามขั้นตอนแล้วคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะต้องรอดูมติของบอร์ดคณะกรรมการ กกต. ที่จะมีการวินิจฉัยชี้ขาดบุคคลที่เกี่ยวข้องในสำนวนคดีฮั้ว สว. เพื่อที่จะได้นำความเห็นของแต่ละท่าน มาพิจารณาประกอบใส่ในสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอ ซึ่งก็เป็นไปตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษที่ระบุชัดเจนในหนังสือคำแนะนำว่าจะต้องนำเอาคำวินิจฉัยของ กกต. มาประกอบในสำนวนด้วย
ดังนั้น หากดีเอสไอยังไม่ได้คำวินิจฉัยของ กกต. มาประกอบสำนวน ก็ไม่สามารถทำให้เราสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษได้ ดังนั้น ไม่ว่าผลมติคำวินิจฉัยของบอร์ดคณะกรรมการ กกต. จะมีผลอย่างไร อาทิ หากเป็นการยกคำร้องดำเนินคดีต่อทั้ง 229 ราย ก่อนหน้านี้ หรือพิจารณาบางส่วนอย่างไร ดีเอสไอก็มีหน้าที่ต้องเอาความเห็นมาประกอบการพิจารณาทั้งสิ้น ซึ่ง กกต.ก็ต้องมีเหตุผลประกอบอยู่แล้วว่า เหตุใดจึงมีคำวินิจฉัยทางคดีเช่นนั้น
ซึ่งในตอนนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ก็ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับธนาคาร และในตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มเติมจาก 8 ผู้ต้องหากลุ่มแรก ที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเคยได้สั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษแต่อย่างใด
ทั้งนี้ รายงานภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุด้วยว่า กรณีที่ สว.สำรอง ไม่ได้มีการระบุตัวพยานในคลิปวิดีโอ ซึ่งในตอนหลังพบว่า เป็นเจ้าหน้าที่ กกต. จึงเป็นเหตุให้สำนวนคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ซึ่งรับผิดชอบสอบสวนโดยดีเอสไอ จะไม่มีพยานหลักฐานซึ่งเป็นคลิปวิดีโอตัวนี้ไว้ในสำนวน แต่มีความเป็นไปได้ว่าสำนวนคดีฮั้ว สว. ของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ได้มีคลิปวิดีโอตัวนี้นำเข้าในสำนวนไว้เรียบร้อยแล้ว



