พ่อแม่ช็อก! น้องวัย 21 ใช้มีดแทงพี่สาว กว่า 50 แผล เสียชีวิตคาคอนโดดัง ย่านสาทร

19.06.26 | 16:28 น.
ย่านสาทร

พ่อแม่ช็อก! น้องสาววัย 21 ป่วยจิต ใช้มีดแทงพี่สาววัย 23 กว่า 50 แผล เสียชีวิตคาคอนโดดัง ย่านสาทร

 

เวลาประมาณ 11.08 น. วันที่ 19 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ อยู่บริเวณชั้น 17 คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในซอยจันทน์ 20 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพมหานคร หลังรับแจ้งเหตุมีผู้ถูกแทงเสียชีวิต ที่เกิดเหตุ พบศพ น.ส.สิ้วชง อายุ 23 ปี ใส่ชุดนอนเดรสสีชมพู นอนลักษณะผิดปกตินอนคุดคู้อยู่ปลายเตียงติดหน้าต่าง มีรอยบาดแผลลักษณะคล้ายถูกของมีคมฟันตามร่างกายกว่า 50 แผล ที่หน้าอก 3 แผล คอ 5 แผล มือ 6 แผล หลัง 5 แผล และแขนขวาอีกนับ 10 แผล เลือดกระจายทั่วทั้งห้อง ม่านบังแดดเลือดชุ่ม โดยแพทย์ชันสูตรเบื้องต้นพบว่าบาดแผลที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตมีจำนวน 20 กว่าแผล ก่อนจะส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ

ส่วนมีดที่ใช้ก่อเหตุพบเป็นมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม Mr. CHEN, SHAOTING อายุ 69 ปี ชาวจีนซึ่งเป็นพ่อของผู้เสียชีวิต บอกว่า ปกติที่ห้องพักเกิดเหตุจะพักอยู่ด้วยกัน 4 คนพ่อแม่ลูก ช่วงเช้าประมาณ 08.30 น. ตนออกไปทำงาน ส่วนภรรยาชาวไทยออกไปทำธุระ ในห้องจึงเหลือเพียง ลูกสาว 2 คน คือ น.ส.สิ้วชง อายุ 23 ปี (พี่สาว) และ น.ส.ลิ้วหุย ลูกสาวคนเล็ก อายุ 21 ปี

Advertisement

ต่อมาเมื่อแม่กลับมาจากทำธุระข้างนอก และมารับนางสาวลิ้วหุย ลูกสาวคนเล็กเพื่อจะออกไปทำธุระอีกครั้ง โดยนัดพบกันที่บริเวณด้านหน้าคอนโด เมื่อแม่เจอกับลูกสาวคนเล็ก ลูกสาวคนเล็กก็บอกว่าพี่สาวนอนหลับอยู่ในห้อง แต่แม่เห็นท่าทีลูกสาวคนเล็กผิดปกติจึงขึ้นไปดูข้างบนห้องและดูโดยรอบ จนกระทั่งพบศพจึงได้แจ้งสามีและแจ้งตำรวจให้เข้าตรวจสอบ

เบื้องต้น มีรายงานว่า นางสาวลิ้วหุย ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กที่เป็นผู้ก่อเหตุ มีอาการป่วยทางจิตเวช เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลและต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนทางเจ้าหน้าที่ของคอนโดมิเนียมไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลใดๆ รายละเอียดต่างๆ ขอให้สอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ทางตำรวจได้มีการนำตัวนางสาวลิ้วฮุย ลูกสาวคนเล็กซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุนำตัวขึ้นรถตำรวจมาที่ห้องสืบสวน สน.ยานนาวา พร้อมกับผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นชายชาวจีน

นางสาวลิ้วฮุย มีสีหน้านิ่งเฉยก่อนที่จะเดินเข้าไปยังห้องสืบสวน โดยไม่ได้ตอบคำถามใดๆ เช่นเดียวกับชายชาวจีน ผู้เป็นพ่อ ที่เดินเข้าห้องสืบสวนไปตามหลัง โดยเจ้าตัวได้ส่ายหน้า ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชนก่อนที่จะเดินเข้าห้องสืบสวนไป